รีวิว Yes Japan Alps โดย ผึ้งมิ้ม 23-26 ต.ค. 2556


คุณผึ้งมิ้ม รีวิว ทริปญี่ปุ่น

Yes Japan Alps (I am Tour) Day1 : เตรียมตัวเดินทาง – สุวรรณภูมิ
 
โอฮาโย โกไซมัทส….หวัดดีค่ะทุกท่าน แน่นอนค่ะถ้าทักทายด้วยประโยคนี้ ทุกคนคงเดาได้ไม่ยากว่า ทริปนี้ผึ้งมิ้มจะพาทุกท่านไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นนั่นเอง บอกเลยว่า…เป็นทริปที่สนุก ประทับใจ และชุ่มฉ่ำมากกกก…

เริ่มต้นจากการหาทริป เป้าหมายหลักคือทุกคนอยากไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ซึ่งจากภาระงานทำให้มีช่วงเวลาที่สามารถเดินทางได้จำกัดมาก หากท่านใดเคยหาข้อมูลมาก่อนจะทราบว่า ที่ญี่ปุ่นใบไม้จะเปลี่ยนสีไม่พร้อมกัน เริ่มจากเหนือสุดเกาะฮอกไกโด ไล่ลงมาด้านล่าง หากเป็นแถบโตเกียวจะเปลี่ยนสีสวยที่สุดในช่วงปลายเดือน พย. แต่เนื่องจากทุกคนมีเวลาแค่ช่วงปลาย ตค. เท่านั้น ทริปนี้ก็เลยไปลงตัวที่ โปรแกรม Yes Japan Alps ในวันที่ 23-26 ต.ค. 2556. ของบริษัท IamTour.Com ซึ่งรูท Japan Alps สามารถดูใบไม้เปลี่ยนสีได้ตลอดทั้งเดือน ตค. พอดี
 
เตรียมตัวเดินทาง
 
แลกเงิน
ญี่ปุ่นใช้เงินเยนค่ะ ช่วงที่ไป เรทจะอยู่ที่ประมาณ 1000 เยน = 32.5 บาท สามารถแลกได้จาก Superrichซึ่งมีหลายสาขา หรือแถวสะพานควายก็มีอยู่หลายร้าน เช่น Linda หรือ Jag Exchange เรทพอๆกัน ถ้าถามว่าต้องแลกไปเยอะมั๊ย ก็แลกไปซักคนละ 10,000 บาทกำลังดีค่ะ ถ้าไม่พอก็ใช้บัตรเครดิตเอาค่ะไม่มีชาร์จเพิ่ม
 
เสื้อผ้า
หากท่านใดอยากอินเทรนด์แบบญี่ปุ่นละก็ จัดเต็มได้เลยค่ะทั้งโค้ท ขาสั้น กระโปรง เลกกิ้ง บู๊ท เพราะคนญี่ปุ่นแต่งตัวเก่งมาก สำหรับวันที่ขึ้น Japan Alps เสื้อผ้าและโค้ท จะต้องหนาหน่อย เพราะอากาศจะค่อนข้างหนาว ส่วนรองเท้าก็ไม่ควรมีส้นเพราะต้องเดินเยอะพอสมควร
 
ภาษา
อันนี้ทำใจได้เลยค่ะ คนญี่ปุ่น 99% จะไม่พูดภาษาอังกฤษ ไม่ว่าเราจะทำหน้าเอ๋อก็แล้ว หน้าเหวอก็แล้ว หรือบอกว่าเราไม่ใช่คนญี่ปุ่นก็ตาม นางก็จะยังพูดภาษาญี่ปุ่นกะเรา สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ ภาษาใบ้ ใช้ท่าทางเอาค่ะ เพราะถ้าเราพูดภาษาอังกฤษไป นางก็จะไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน ไม่งั้นก็หาหนังสือพวกคำศัพท์ญี่ปุ่นติดไม้ติดมือไว้นะคะ^^ เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว…ก็ไปกันเลยค๊า Let’s go!!!
 
Day 1 : สุวรรณภูมิ
แกงค์เรามีสมาชิกรวมกัน 9 ท่านคะ สมทบกับกรุ๊ปอื่นๆรวมแล้วเป็น 27 ท่าน ทริปนี้บิน TG ค่ะ เวลานัดหมายคือ3 ทุ่ม ผึ้งมิ้มมาช้าอีกแล้ว เพราะมัวแต่วิ่งตามไปเล่นกับน้องหมาตำรวจที่เดินตรวจสนามบินนั่นแหละ มาถึงปุ๊บก็เจอน้อง จนท.ส่งทัวร์และไกด์รอ Check in อยู่แล้ว

สำหรับไกด์ของทริปนี้ ขนาดพกพาค่ะ ก็คือ คุณบอล สเมิร์ฟ (บ่อนบ๊อล) นั่นเอง คุณบอลน่าจะเป็นไกด์ตัวTop ของบริษัทเลยล่ะ (ถ้าเรียงตามขนาดและความสูง) คนอารายไม่รู้ไม่มีไขมันเลย ฮ่าๆๆ น่าอิจฉา น่าจิกกัดเว่อร์ เป็นขวัญใจพ่อยก แม่ยกของทริปเลยทีเดียว และด้วยการที่คุณบอลเคยไปเรียนและทำงานที่ญี่ปุ่นมาประมาณ 5 ปีก็เลยพูดญี่ปุ่นคล่องปร๋อเลย

Flight นี้ Take off กันประมาณเที่ยงคืน ปลายทางอยู่ที่ สนามบินเซ็นแทร์ เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชม. แต่เวลาที่ญี่ปุ่นจะเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง ดังนั้นเราจะไปถึงปลายทาง ประมาณ8 โมงเช้าเวลาญี่ปุ่นค่ะ

ไปกันเล๊ยยยย…

Yes Japan Alps (I am Tour) Day2 : ชิราคาวาโกะ – ทาคายาม่า
 
Day 2 : หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ (จังหวัดกิฟุ) – ตลาดและศาลาว่าการทาคายาม่า(จังหวัดฮิดะ) – ที่พักเมืองโทยาม่า (จังหวัดนากาโน่)
หลังจากทุกคนล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า และรวมพลกับสมาชิกอีกกรุ๊ปที่ล่วงหน้ามาญี่ปุ่นก่อนเรียบร้อยแล้ว บ่อนบ๊อลก็พาทุกคน warm up ขึ้นลงๆลิฟท์ ก่อนขึ้นรถบัสออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ (จังหวัดกิฟุ)

ใช้เวลาจากสนามบิน เซ็นแทร์ ประมาณ 2 ชม.ครึ่ง หมู่บ้านนี้ได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ระหว่างทางวิวสวยมาก จะเป็นภูเขาซึ่งมีใบไม้เปลี่ยนสี และต้นสนสลับกัน ผ่านอุโมงค์ค่อนข้างเยอะ เพราะต้องตัดถนนลอดผ่านภูเขา ถนนที่นี่ก็เรียบมากหันไปดูอีกทีหลับกันสบายทั้งคณะเลย

ก่อนถึงจุดหมายปลายทางก็ใกล้เวลาเที่ยงแล้ว ทริปนี้เลยเปิดฉากกันที่ร้านอาหาร สำหรับมื้อแรกก็ตื่นตาตื่นใจพอควร เป็นหมูหม้อไฟบนใบโฮโบะ จัดมาเป็นเซ็ต หมูจะติดมัน มีซอสคล้ายเต้าเจี้ยวราด ย่างออกมาอร่อยมาก เครื่องเคียงก็จะมีทั้งปลา กินได้ทั้งตัวเลยกระดูกจะกรอบเหมือนพวกปลาตะเพียนต้มเค็ม และก็มีขนมขึ้นชื่อของที่นี่ด้วย รสชาติแป้งและครีมคล้ายๆขนมเบื้อง ไม่ได้มีไว้กินอย่างเดียวนะคะ แต่ยังใช้ปิดหน้าน้องๆที่เราแอบหมั่นไส้ในแกงค์ได้ด้วย 555

วิวข้างนอกสวยมาก เสียดายฝนตก ทุกคนก็เลยมุ่งเป้ามาช้อปปิ้งขนมแทน ตั้งแต่ station แรกเลย

ช่วงที่ผึ้งเดินทางเป็นช่วงที่มีพายุเข้าพอดี ก็เลยต้องเดินกางร่มถ่ายรูปกันทุกวัน ซึ่งการมีร่มมาเป็นพร๊อพเพิ่มอีก1 ชิ้นก็ดูจะไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการถ่ายรูปแต่อย่างใด ท่านอื่นๆที่ไปหลังจากนี้ก็ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ ถ้าไม่เจอฝน และไม่มีแฟชั่นถือร่มถ่ายรูปแบบพวกเรา (_ _”)

ความจริงก็แอบบอกไกด์ตั้งแต่วันแรกนะคะว่าให้ปักตะไคร้ด้วย …แต่ปรากฏว่าวันที่ 2 และ3 ทั้งฝนตกและพายุเข้าทุกวัน ก็เลยชักไม่ค่อยแน่ใจว่าทั้งหมดทั้งปวง เกิดจากการปักตะไคร้ รึไม่ได้ปักกันแน่ อิอิ  ชิราคาวาโกะ

ที่หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ บัสจะจอดด้านล่าง จะต้องเดินขึ้นบันได และข้ามสะพานไปยังตัวหมู่บ้าน

แต่ยังไม่ทันจะได้ข้ามสะพานเลยค่ะ ทุกนางก็สวมวิญญาณ Super Model กันทันที โพสต์ท่าถ่ายรูปไม่ยั้งกันทุกย่างก้าว แค่หันกล้องไปก็ถ่ายได้เลยไม่ต้องนับ เล่นเอาต้นไม้แถวนั้นเฉาไปทันตา

ด้านในหมู่บ้านก็จะเป็นร้านขายของฝากเช่น ตุ๊กตาลิงไม่มีหน้าเพื่อให้เด็กสามารถจินตนาการหน้าได้เอง มีหลากหลายสี ซึ่งแต่ละสีก็จะมีความหมายต่างกันไป นอกจากนั้นก็มี ร้านอาหาร ไอติม กาแฟ แปลงนาเล็กๆ และมุมต่างๆให้ถ่ายรูปเพียบเลย

โชคดีที่โปรแกรมของเราไม่แน่น ก็เลยมีเวลาสำหรับแต่ละสถานที่เยอะพอสมควร ได้เดินกันจนทั่ว

ขึ้นรถได้ก็ออกเดินทางต่อไปยัง ตลาดและศาลาว่าการทาคายาม่า (จังหวัดฮิดะ)ระหว่างทาง บ่อนบ๊อลก็ให้ทุกท่านแนะนำตัว

•แก๊งค์แรก คือแก๊งค์คุณตาผู้อาวุโสที่สุดในทริป (แต่หัวใจคุณตายังวัยรุ่นมาก สมัยก่อนคงเฟี้ยวเงาะน่าดูนะคะ) และพี่ๆ Audit สุดใจดีกับหนุ่มน้อยวัย 12 น้องเบนซ์
•แก๊งค์์ที่สอง คือแก๊งค์ 9 ของพวกเรามีทั้ง 4 สาว(ปศุสัตว์) ปลา หมู ผึ้งมิ้ม แมงปอ + น้องๆนิกุ้ยและครอบครัวพี่แอม Super Model จาก กฟน. (บ้านใครอยากไฟดับ อย่าลืม ติดต่อพี่ปอ พี่แอม ไปตัดไฟฟรี!ได้นะคะ)
•แก๊งค์ที่สาม คือแก๊งอาจารย์แม่และนู๋เมย์ คุณแม่เฮฮา คุณลูกน่ารักมากค๊า เห็นน้องแอบนั่งขำคิกๆใหญ่เลยเวลาพี่ๆปล่อยมุกกัน
•แก๊งค์ที่สี่ คือแก๊งค์ครอบครัว 3 ท่านของพี่จากตลาดหุ้น แก๊งค์นี้แอบหนีเที่ยวต่อที่ฮ็อกไกโดค่ะ เป็นที่น่าอิจฉามากกก…
•แก๊งค์ที่ห้า คือแกงค์ป๋าดุลย์ค๊า คนใต้เขยโคราชค่ะ
•แก๊งค์ที่หก คือแก๊งค์จาก SCB ค่ะ มากัน 4 ท่าน
•แก๊งค์ที่เจ็ด คือแกงค์คุณแม่นายังสวยค่ะ ที่พวกเราแอบไปขโมยตัวลูกชาย น้องไนซ์มาถ่ายรูปให้อยู่บ่อยๆ

คุณแม่แอบกระซิบลูกๆว่า ทริปนี้อย่าเรียกแม่นะคะ ให้เรียกพี่สาว อิอิ (^^)
สุดท้ายคือไกด์ ที่ให้พวกเราทายอายุเล่น มีเสียงชงมาว่า”ทายถูกแล้วได้อะไร?” บ่อนบ๊อลบอกให้หอม โอเค๊!ง้านถ้าทายถูกบอลหอม ถ้าทายผิดพวกเราหอมนะ 5555 ได้ผลสิคะ ไกด์รีบเฉลยอายุแทบไม่ทันโดยไม่ต้องทายให้เปลืองตัว คิคิ

ทาคายาม่า
ถึงตลาดและศาลาว่าการทาคายาม่า (จังหวัดฮิดะ) ได้บรรยากาศตลาดโบราณในสไตล์ญี่ปุ่น เดินเล่นกันชิวๆ ฝนตกปรอยๆ ในช่วงเย็นๆก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

ทุกคนก็เดินตามไกด์ไปรวมตัวถ่ายรูปที่หน้าศาลาว่าการกันก่อนจะแยกย้ายเดินตลาด ทริปเราโชคดีค่ะได้ไกด์ตัวสู๊งงง สูงงงง…. มองหายังไงก็เจอ ไม่หลงทางแน่นอน ฮ่าๆๆ

ระหว่างทางมีร้านขายเนื้อย่างเพียบ รสชาติและราคาแตกต่างกัน แนะนำให้ลองทุกร้านที่เดินผ่านเลยค่ะ ราคาไม้ละประมาณ 350-450 เยน บรรดาคนรักเนื้อในแกงค์บอกว่าร้านในรูปอร่อยสุดค่ะ

เดินผ่านร้านนึงขายของเล่นโบราณ MD. อยากลองอีกแล้วค่ะ ไปซื้อเกมซูโม่มา คนขายก็อธิบายวิธีการเล่นเป็นภาษาญี่ปุ่น นางก็พยักหน้าหงึกๆประหนึ่งว่าเข้าใจเป็นอย่างดี จนป่านนี้ก็ยังเล่นไม่เป็นเลย แต่ยังเอาไว้ทับกระดาษได้นะคะ เรียกว่าซื้อมาไม่เสียของ

เดินกลับมาจนถึงร้านมุมถนนใกล้ๆที่จอดรถ ร้านนี้มีทั้งเนื้อย่าง ไอติม และสารพัดขนม ของฝาก เดินชิมกันจนอิ่ม ได้แกงกะหรี่เนื้อ และอุด้งกลับมาด้วย วิธีการกินแกงกะหรี่ง่ายมาก แค่เอาลงไปต้มทั้งซอง แล้วก็ฉีกกินได้เลย

พระอาทิตย์ตก ท้องก็เริ่มร้องค่ะ มื้อเย็นเป็นร้านบุฟเฟต์ญี่ปุ่น + อินเตอร์ มีสารพัดอาหาร ทั้งปิ้งย่าง ซูชิ อุด้ง แกงกะหรี่ เทมปุระ ทาโกะยากิ สลัด ขนมหวาน เค้ก ไอติม (ใครมาเที่ยวกับทัวร์บ่อยๆต้องระวังเรื่องน้ำหนักเลยนะคะ ขึ้นแน่ๆ ผึ้งเจอมาแล้ว 1 ปี 4 ทริป น้ำหนักขึ้น 6 กก จนตอนนี้ยังไม่ลงเลย บริษัททัวร์เค้าไม่มีเซอร์วิสลดน้ำหนักหลังการขายน๊า)

สำหรับที่พักคืนแรก เราเดินทางไปพักที่ โรงแรม Grand Terrace Toyama เมืองโทยาม่า จังหวัดนากาโน่ ที่นี่จะใกล้กับเส้นทาง Japan Alps ที่เราจะเดินทางกันในวันพรุ่งนี้ สำหรับที่พักคืนนี้โอเคเลยค่ะ กว้างขวาง สะดวกดี แต่แอบนอนไม่หลับ เพราะพี่คนสวยที่นอนข้างๆแอบส่งเสียงคำรามขู่น้อง ฟ่อๆตลอดคืน 5555
)

Yes Japan Alps (I am Tour) Day3 (ตอน1) : เส้นทางอัลไพน์ Japan Alps – เขื่อนคุโรเบะ – เรียวกัง

Day 3 : เส้นทางอัลไพน์ Japan Alps – เขื่อนคุโรเบะ – พักเรียวกัง – ออนเซ็น
ตื่นเช้าด้วยโปรแกรม 6ครึ่ง – 7ครึ่ง – 8ครึ่ง มุ่งหน้าสู่สถานี โทยาม่า เพื่อเดินทางสู่ Japan Alps ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้ การเดินทางเส้นทางนี้จะต้องจองล่วงหน้า เป็นการเดินทางตาม Stepไปยังแต่ละ station ตามเวลาที่กำหนดไว้

วันนี้เป้าหมายของเราคือจะพาพี่ไดโนเสาร์ปาปีก้อนไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติกัน ฮ่าๆๆ

Japan Alps เป็นแนวเทือกเขายาวครอบคลุมตั้งแต่นากาโน่ยาวไปจนถึงนาโกย่า ดังนั้นบัสจะส่งเราไปตั้งต้นที่นากาโน่ จะรอรับอีกทีที่ปลายทางนาโกย่าค่ะ

สำหรับเส้นทาง Japan Alps จะเริ่มต้นที่

Step 1 : นั่งรถรางขึ้นเขา ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีคนเยอะพอสมควร ทั้งนั่งและยืนกันเต็มขบวน ระหว่างทางก็จะเห็นวิวที่สวยขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสูง วิวยิ่งสวย เมื่อถึงปลายทางแต่ละ station ไกด์สเมิร์ฟสุดน่าร๊ากกของเราก็จะวิ่งไป Stamp เวลา เพื่อไปยัง Station ถัดไป

Step 2 : นั่งบัสขึ้นยอดเขาทาเทยาม่า ระหว่างทางวิวสวยมากกกก ตื่นตาตื่นใจตลอดเส้นทาง แต่บางคนก็ยังแอบหลับอยู่ดี step นี้ใช้เวลานานค่ะ บัสค่อยๆปีนเทือกเขาขึ้นไป เสียดาย บัสน่าจะเปิดเพลงเพราะๆให้เข้ากับบรรยากาศ^^

ปลายทางเป็น ยอดเขาทาเทยาม่า มีน้ำแข็งที่ถูกกวาดไว้เป็นกองๆ อากาศหนาวใช้ได้เลยทีเดียว ถึง station ปุ๊บ ฝนก็ตกหนักเลยทันที โชคดีสุดๆ (T T) บ่อนบ๊อลเล่าให้ฟังว่า ตรงจุดนี้คือส่วนที่เค้าจำทำเป็นกำแพงหิมะ ในหน้าหนาว โดยจะปิดเส้นทางตั้งแต่ปลายเดือน พย. และทำโครงไว้สองข้างทาง จากนั้นก็ใช้รถกวาดหิมะกวาดบนถนนพ่นใส่โครงไปเรื่อยๆ จนได้กำแพงที่สูงมาก เป็น Snow Wall ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยงเข้าชมอีกทีในเดือน เม.ย

ในส่วนนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์และจุดชมวิว ให้ได้ถ่ายรูปท่ามกลางสายฝน แน่นอนค่ะ มาถึงแล้ว แค่เจอฝนคือเรื่องเล็ก เพราะเราก็ยังพยายามถ่ายรูปกันอยู่ดี

หลังจากนั้นก็ได้เวลามื้อเที่ยง เราจะทานอาหารกันที่ Station นี้ สำหรับบางคนที่หิวจัด ก็แทะไกด์กันไปก่อน หันมาอีกที กรี๊ดดดด!!!…ไกด์จะถูกปาปีก้อนกินแล้วจ้า… หน้าตาบางคนก็ดูเจ้าเล่ห์ราวกับได้ค้นพบอะไรบางอย่าง มีมากมายหลาย type จนไกด์ทำหน้าอมทุกข์อมสุข ตกลงปลงใจเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว 5555

เสียดาย!!! ผึ้งโดนคุณ Sale Manager ของบริษัทนี้ดักคอไว้ก่อนเลย ว่าทริปนี้ห้ามจับไกด์กินเชียวนะ … (T T)

และก่อนที่บ่อนบ๊อลจะถูกกิน ก็ได้ระฆังช่วยชีวิตไว้ เรียกคิวกรุ๊ปเราพอดี สำหรับมื้อนี้เป็นชุดข้าวกับไก่ค่ะ และก็มีเครื่องเคียงต่างๆพวกผัก ไข่หวาน ปลาหมึกหวาน ปูอัด จัดไว้เป็นชุด พร้อมกับซุปหม้อไฟค่ะ กินกันตัวแทบแตกเลย

อิ่มแล้วก็ยังมีเวลาอีกพอสมควร พี่ปอปาปีก้อน ทรงสมรการสุรา ก็ทำหน้าที่อีกแล้วค่ะ ปฏิบัติการ ชนฝาสาเก เนื่องจากอากาศมันหนาว พี่ท่านเลยงัดเอาขวดสาเกที่ซื้อไว้มาเปิดให้ทุกคนได้ชิมกันคนละฝาสองฝาเพื่อสร้างความอบอุ่น เป็นการทำความรู้จักกันผ่านฝาสาเกทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และคนชรา(นู๋ไม่ได้หมายถึงคุณตานะคะ อิอิ) ถ้ากรุ๊ปนี้มีใครเดินเซละก็ คงจะหาสาเหตุได้ไม่ยาก น้องเบนซ์หนุ่มน้อยวัย 12 เจอไป 1 ฝา ถึงกับหน้าเบลอ ยืนมึนไปพักใหญ่เลยทีเดียว

ระหว่างรอเวลาก็ถ่ายรูปหมู่ประชันท่ากันหน่อย

น้องเมย์ท่าเป๊ะมากสงสัยจะแอบซ้อมทุกวันนะเนี่ย… แต่เปรี้ยวที่สุดต้องยกให้คุณตาค่ะ…

Step 3 : จากนั้นก็นั่ง Bus ไฟฟ้าผ่านอุโมงค์ ซึ่งจะออกรอบละ 3 คัน ไปยัง station ถัดไป

ปลายทางจะเป็นจุดชมวิวค่ะ ต้องขึ้นบันไดไป แต่เนื่องจากฝนตกหนักมาก….เราก็เลยตัดสินใจว่า จะขึ้นไปอยู่ดี ขนาดฝนตกยังถ่ายรูปสวยเลย ถ้าแดดออกคงเริ่ดน่าดู

คนมาคู่ เค้าก็ถ่ายกันให้อิจฉาเล่น ^^

ลงมาก็เจออิโมะ! พี่ปาปีก้อนถึงกับตาลุกวาว อดใจไม่ไหว อยากกินอิโมะมาก ก็เลยจัดไป เจ๊เลยถืออิโมะยิ้มกริ่มเลยทีเดียว

Step 4 : ขึ้น Cable Car (กระเช้าลอยฟ้า) หมอกหนามาก ไม่ค่อยเห็นวิวซักเท่าไหร่ ไปถึงอีก Station นึง ซึ่งที่นี่ขอบอกว่าสวยมากๆๆๆ

ชอบจุดนี้มากที่สุด ต้นไม้สวยทุกต้นเลย ฝนก็ยังคงตกหนักเหมือนเดิม มาถึงขั้นนี้แล้ว เปียกก็ยอม

ทั้งโพสต์ ทั้งพ้อยท์ กันไม่ยั้งอยู่ดี แต่ละคนก็เริ่มปล่อยของกันเป็นระยะๆ

Yes Japan Alps (I am Tour) Day3 (ตอน2) : เส้นทางอัลไพน์ Japan Alps – เขื่อนคุโรเบะ – เรียวกัง
 
Day 3 : เส้นทางอัลไพน์ Japan Alps – เขื่อนคุโรเบะ – พักเรียวกัง – ออนเซ็น (ต่อ)
Step 5 : นั่งรถรางลงจากเขาไปยังเขื่อนคุโรเบะ (อยากให้ชื่อ..เขื่อนคุโรบุตะ..จุงเบย น่ากินดี ยังอ้วนไม่พอ อิอิ)

station นี้ก็จะต้องเดินประมาณ 1 กม. เพื่อไปยังสันเขื่อนอีกด้าน ความจริงระยะทางไม่ไกลหรอกค่ะ แต่ที่ใช้เวลานานเพราะหยุดถ่ายรูปทุก 3 ก้าว(จริงๆค่ะ มั่นใจว่าเก็บวิวมาครบทุกมุม)

วิวก็สวย หนุ่มญี่ปุ่นก็แอบตี๋ สูง น่ารัก คิคิ ก็ว่าจะไม่มองละนะ แต่แหม…มันอดไม่ได้ ^^ รู้ตัวอีกทีก็มองแล้ว

แล้วก็เดินลอดอุโมงค์ต่อ ระหว่างทางก็มีรูปประวัติศาสตร์ตอนสร้างเขื่อน เป็นเขื่อนไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น(รึปล่าวชักไม่แน่ใจ) ตอนไกด์เล่าให้ฟัง ใจมันลอยๆไปที่อื่น … พี่นุบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัวเจงๆ 555 นู๋เห็นด้วยค่ะ

ระหว่างรอคิวขึ้นรถ คุณบอล ก็เล่าประสบการณ์ต่างๆเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นให้ลูกทัวร์ฟัง ฆ่าเวลา เพราะญี่ปุ่นยังมีรูทอื่นๆที่น่าสนใจอีกเพียบเลย

Step 6 : นั่ง Bus ไฟฟ้าผ่านอุโมงค์ไปยัง Station สุดท้าย จุดนี้คนเยอะมาก ก็เลยต้องยืนเบียดเสียดกันบนรถประมาณ 20 นาที

ทะลุอุโมงค์ออกไปได้ ก็เจอวิวสวยให้ถ่ายรูปก่อนขึ้นรถบัสไปโรงแรมอีกแล้ว สังเกตได้ว่าที่นี่จะใช้พลังงานไฟฟ้าควบคุมหมดเลย ซึ่งก็ได้มาจากเขื่อนคุโรเบะ

หลังจากเหนื่อยกันมาทั้งวัน ก็ได้เวลาพักผ่อน คืนนี้เป็นที่พักแบบเรียวกัง (อย่าไปเรียกว่า”เรียวมะ” ให้ใครได้ยินเชียวนะคะพี่ปอ เด๋วใครเค้ารู้ว่าพี่เรียนจบเอกญี่ปุ่นมา จะอายเค้าค่ะ! คิคิ) เป็นการนอนบนเสื่อทาทามิ และมีออนเซ็น ระหว่างทาง ไกด์ก็ให้ทายว่า วันนี้เราเดินทางกันมากี่สถานี ตอนแรกก็ตอบ 5 สถานีพอไกด์บอกว่าทายผิดโดนทำโทษเท่านั้นล่ะค่ะ เปลี่ยนใจตอบ 1 สถานีเลยแล้วกัน อยากโดนทำโทษ ว๊ากกกก!!!!

ถึงที่พักเกือบ 5 โมงเย็น โรงแรม Kurobe Kanku ก็นัดหมายกันว่าทุกคนจะใส่ชุดยูกาตะลงมากินข้าวตอน 6 โมง โดยไกด์กำชับว่าให้ทุกคนใส่เสื้อผ้าไว้ในชุดยูกาตะด้วย เวลาลุก นั่ง จะได้ไม่เซ็กซี่กันเกินงาม… ซึ่งก็จริงเพราะตอนใส่ยูกาตะถ่ายรูปพี่ตากล้องบางท่านก็แอบนั่งเซ็กซี่ให้ได้แซวกันเล็กน้อย

ไขกุญแจเข้าห้องไปปุ๊บ ยืนเอ๋อ…อยู่นาน เห็นแต่ห้องอาบน้ำ และห้องส้วม เฮ่ย!ทำไมมีห้องแค่นี้ แล้วห้องนอนอยู่ไหนอ่ะ เข้าผิดห้องป่าวเนี่ย รีบโวยวายใหญ่ อยู่ๆพี่ปอก็เดินมาเปิดฉากออก เอ่อ…คือว่าห้องนอนมันมีฉากกั้นอยู่ เลยคิดว่าเป็นกำแพง เฮ้อ!!!…ฉลาดอีกแล้วนะเรา (_ _”)

ก่อน 6 โมงเย็นทุกท่านก็จัดเต็มชุดยูกาตะลงมาเลย มีแค่คุณไกด์คนเดียวค่ะที่ไม่ได้เปลี่ยนชุดยูกาตะ ด้วยเหตุผลที่ว่า ชุดมันยาวเกินไปจนลากกองพื้น เดินไม่สะดวก (^^)

ถ่ายรูปรวมเสร็จก็ได้เวลามื้อค่ำ เอ่อ…เหตุการณ์มื้อนี้ไม่อยากจะเล่าเล๊ยย… ให้ตายเถอะ… ทำไว้งามหน้ามากค่ะ!

อันที่จริงมื้อนี้ฟินมาก มีแต่อาหารอร่อย ทั้งขาปูสดๆ ซูชิ เนื้อย่าง ปลาย่าง เทมปุระ ปลาดิบ และอีกสารพัด พนักงานที่นี่บริการเริ่ด ขนาดชุดยูกาตะปัดไปโดนจานเนื้อย่างตกพื้น พนักงานก็รีบมาเก็บให้ พร้อมเรียกค่าปรับอีก 3000 เยน เย้ยยย!!! ไม่ใช่ค่ะ อันนี้ไกด์อำ ไม่ต้องจ่ายค่ะ แถมเค้ายังเอาจานใหม่มาเสิร์ฟให้อีกด้วย

และมื้อนี้ต้องขอบคุณคุณตาผู้ใจดีเลี้ยงสาเกพวกเราด้วยค่ะ ก็เลยไป คัมปาย!! คาราวะสาเกคุณตาคนละ 1จอก ขอให้คุณตาอายุยืนหมื่นๆปี…

กินกันไปกินกันมาไม่รู้เหมือนกันว่าใครเมา แต่ที่แน่ๆคือ มีน้องนิกุ้ยคนนึงในแกงค์มันบ้าค่ะ ลุกจะไปหยิบชูครีมมากิน ผึ้งก็ปากไวเลยท้าเล่นๆว่า “หยิบมาทั้งจานเลยน้อง ถ้าแกกล้าหยิบ พี่ก็กล้ากิน” คิดในใจว่า คนดีๆที่ไหนเค้าจะทำกัน ….. กรี๊ดดดดดดดดด…ผ่านไปไม่ถึง 5 นาที ชูครีมเต็มจาน 20 กว่าชิ้นจากไลน์อาหารก็มาวางอยู่ตรงหน้าผึ้งมิ้มค๊า ตกใจมากกก เหวอสิคะ ทำไงดีว๊า??? หันไปดูที่ไลน์อาหารก็เหมือนพนักงานกำลังยืนปรึกษากันอย่าง งงๆว่าชูครีมทั้งจานหายไปไหน ?!? พนักงานที่มาเก็บจานที่โต๊ะก็ดูตกใจที่ชูครีมทั้งจานมาวางอยู่ตรงหน้าดิช้าน โอ๊ยยย… แบบนี้ไม่ได้การละ ต้องลุกหนีก่อน กัลยาณมิตรทุกคนในโต๊ะก็น่ารักมากค่ะ ขำกันสุดฤทธิ์ ไม่ได้ช่วยกันเลย ตัวต้นเหตุก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีก

แล้วไกด์สุดน่ารักก็ส่งเสียงมาจากอีกโต๊ะว่า “เอามาแบ่งกันกินให้หมดพี่ผึ้ง แล้วเอาจานไปคืน” ห๊ะ!!!!! ช้านเหรอ..ที่ต้องเอาจานไปคืน??? เก๊าไม่ได้ทำซักหน่อย แค่จานมันมาอยู่ตรงหน้า อยากจะบ้าตาย… ก็เลยรีบแจกจ่ายให้ทุกคนในทริปช่วยกิน ก่อนจะถือจานเปล่าไปคืน จังหวะที่เอาจานไปคืนนี่อายมากกกก… ยิ้มแหยๆ โค้งเบาๆ 1 ทีแล้วบอก Sorry..Sorry.. คิดว่าพนักงานคงเข้าใจตั้งแต่ถือจานไปแล้วล่ะ งามหน้าเจงๆ

เดินกลับมาโต๊ะ คุณไกด์รีบแสดงความรับผิดชอบว่า “ผมผิดเองแหละ ที่ไม่ได้เตือนว่าไม่ควรหยิบอาหารจากในไลน์มาทั้งจาน” กรี๊ดดดด…บอลเอาตะเกียบมาแทงกันเลยเถอะ! นั่งสงบสติอารมณ์อยู่พักนึง ก็เพิ่งจะคิดได้ว่าแล้วช้านจะบ้าจี้เอาจานไปคืนให้ได้อายทำไมเนี่ย!!!! ตั้งไว้เฉยๆพนักงานเค้ามาเก็บแล้ว ฮึ่มๆๆๆ ….ฝากไว้ก่อนเถอะ! ..เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “อย่าท้าคนบ้า” (ถ้าคราวหน้าบริษัททัวร์เค้าไม่รับกรุ๊ปเรานี่…เพราะแกเลยอิ๊บ!)

หลังจากอิ่มท้อง ก็ถึงเวลาของการออนเซ็น หันมองหน้ากันแล้วก็คิดหนัก ให้ตายก็ไม่กล้าออนเซ็นกะคนในแกงค์เดียวกันเด็ดขาด น่ากลัวมาก! ถึงแม้จะซัดสาเกไปหลายแก้ว แต่ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี สรุปคือ ผึ้งขอบาย ส่วนพี่ปอปาปีก้อนก็คิดหนักเรื่องผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก รัดพุงไม่รอบ 5555 แนะนำว่าใช้ผ้าปิดหน้าอย่างเดียวพอค่ะพี่ ที่เหลือช่างมันเถอะ! ^^

หลังจากแกงค์ออนเซ็นลงไปแล้ว ผ่านไปห้านาที น้องกุ๊กกิ๊ก ก็วิ่งกลับมาที่ห้องด้วยหน้าตาตื่น บอกว่า มันไม่ไหวจริงๆพี่ มีแต่ป้าๆพุงย้อย แก้ผ้ากันเต็มไปหมด นู๋ไม่ไหวจริงๆ (เอ่อ..น้องเค้าไม่ได้หมายถึงพุงพี่ปอปาปีก้อนใช่มั๊ยคะ??) ระหว่างนั้นก็เดาได้ว่าพี่แอมถอดนำ พี่ปอ พี่นาถอดตาม แล้วคงจะพากันออนเซ็นกันอย่างสบายอารมณ์ ได้เวลา 4 ทุ่มกว่า ก็มารวมตัวกันเล่นเกมส์ โป้งไอ้หยากัน แพ้โดนกิน มีทั้งสาเก ไวน์ ชาเขียวและอิโมะ เล่นกันเสียงดังมาก บางคนก็มึนตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งใจว่าจะเกรงใจห้องข้างๆแล้วนะ แต่มันลืมตัวทุกที ใครอยู่ข้างห้องผึ้งวันนั้น กราบขออภัยงามๆด้วยค่ะ ^^

ชอบห้องพักบรรยากาศแบบนี้มาก ใส่ยูกาตะ กินสาเก ในเรียวกัง โอ้โห!ได้ฟีลสุดๆบอกได้คำเดียวค่ะ ว่าห้ามพลาด!

Yes Japan Alps (I am Tour) Day4 : ไร่วาซาบิ – ปราสาทมัทสึโมโต้ – ช้อปปิ้งย่านซาคาเอะ

Day 4 : ไร่วาซาบิ – ปราสาทมัทสึโมโต้ – ช้อปปิ้งย่านซาคาเอะ
จากเมื่อวานเราปล่อยปาปีก้อนไว้ที่เขื่อนคุโรบุตะ วันนี้มีแกงค์มินนี่เม้าส์เกิดขึ้นค่ะ ใส่สีแดงลายจุดมาชนกันโดยมิได้นัดหมาย

ขึ้นรถได้ พี่ๆ กรุ๊ปข้างหน้า ถามว่าพวกเราทำงานอะไรกัน พอรู้ว่าเป็น SAP HR Consultant ปุ๊บ เลยถามรายละเอียดเพิ่มเติม MD ของเราก็ไม่รอช้าค่ะ เปิดสไลด์พรีเซนต์ขายของทันที 555 มันอยู่สายเลือด

นั่งรถไปซักพักก็ถึงที่หมายแรก คือไร่วาซาบิ ที่นี่มีขนม ไอติมวาซาบิ (อร่อยค่ะ ต้องลอง) และวาซาบิสดขาย

เดินไปดูแปลงวาซาบิก็ไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะฝนตกอีกแล้ว

สุดท้ายก็ถ่ายรูปเล่นกันตามเคย …

และเนื่องจากอากาศมันเริ่มหนาว ดังนั้นก็คงไม่แปลกค่ะ ถ้าเราจะเห็นหนุ่มสาวถ่ายรูปโอบกัน คริ คริ (แต่นี่มันใช่แล้วหรา….ห๊ะ?!?!?เลือกแล้วใช่มั๊ย)

จากนั้นก็ขึ้นรถต่อไปยังปราสาทมัทสึโมโต้ ปราสาทนี้สร้างด้วยไม้ มีอายุยาวนานมาก และไม่ถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ตัวปราสาทสวยมากค่ะ เราก็เดินไปถ่ายรูปกันรอบๆ

ทั้งโพสต์เบาๆ สนุกกันใหญ่เลย

มีทั้งโดด แล้วก็งัดท่าไม่อาวนะเกรงใจออกมาอีกแล้ว พร้อมเพรียงกันสุดๆ (- -“)

อย่าถามเชียวนะคะว่าพวกเราเขินกันบ้างมั๊ย? มันเลยจุดนั้นมานานแล้ว อิอิอิ

แต่ละนางปล่อยท่าไม้ตาย แย่งซีน กันไม่ยั้งค่ะ อาจทำให้ผู้พบเห็นเหวอๆไปบ้าง ต้องขออภัยค่ะ

แล้วเราก็มุ่งหน้าเดินทางไปต่อที่นาโกย่า ระหว่างทางก็แวะทานมื้อเที่ยง ซึ่งเป็นข้าวที่อารมณ์คล้ายๆข้าวอบหม้อดิน เพราะความหวานจากไก่ เกาลัด หน่อไม้ และซอสมันจะซึมลงไปในตัวข้าว แล้วก็ยังมีหมี่เย็นวาซาบิ และเครื่องเคียงอื่นๆ พร้อมซุปหม้อไฟ อร่อยอีกแล้วมื้อนี้ มองออกไปข้างนอกเริ่มมีแดด วิวสวยมาก

กินเสร็จก็ลงมาช้อปปิ้งขนมต่อที่ชั้นล่าง ซื้อรอบแรกเสร็จ ไกด์ก็บอกนู่น นี่นั่นอร่อย เป็น Signature ของที่นี่ โอเค๊!!! เรื่องของกินนี่พลาดไม่ได้ค่ะ สำคัญมาก ก็ซื้ออีกจนครบ สรุปจ่ายเงินไป 3 รอบ ได้มาหลายกล่องเลย

จากนั้นก็นั่งรถเข้าเมืองนาโกย่า เพื่อทำสิ่งที่ผู้หญิงชื่นชอบ นั่นก็คือ ช้อปปิ้งย่านซาคาเอะ สมาชิกในทริป 1 คน(น้องเมย์) ก็ร่ำลาพี่ๆแอบชิ่งหนี ให้คุณแม่อยู่เป็นตัวประกันซะที่นี่เลย หลังจากแอบนั่งฮากับความบ้าบอของพวกพี่มาหลายวัน ^^

รถไปจอดที่ TV Tower ไกด์แจกแผนที่แล้วให้พวกเราเดินช้อปปิ้งกันตามอิสระ จะอารมณ์คล้ายๆ สยาม สีสม มีห้างหลายห้างและร้านต่างๆ ก็เดินกันไปเรื่อยๆ แบบเจออะไรอยากซื้อก็ซื้อ สำหรับย่านซาคาเอะใครอยากได้ คสอ.พวกFuncl หรือ แบรนด์ Inter. ก็ชั้น 1 ห้าง Mitsukoshi (พวก คสอ.แบรนด์ Inter ราคาไม่ได้ถูกกว่าเมืองไทยมากนัก) หากเป็น Uniqlo (ราคาถูกกว่าเมืองไทยนิดหน่อย รึบาง Collection ที่เมืองไทยไม่มี) ก็ที่ชั้น 5 และ DHC ก็มีช๊อปเล็กๆที่ชั้นG ของห้าง Maruei แต่ถ้าเป็น คสอ.พวก Ettusais, Revlonก็ชั้น 4 ห้าง …(แปะไว้ก่อนนะคะ จำชื่อไม่ได้ แหะๆ)

แล้วก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปกับ TV Tower เก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนกลับขึ้นรถ เพื่อไปกินมื้อเย็น

มื้อนี้เป็นชาบูค่ะ บ่อนบ๊อลแอบพาพวกเราออกกำลังกายเดินเลยร้านด้วย คิคิ เป็นร้านบุฟเฟต์มีบุตะนิกุ(เนื้อหมู)กับกิวนิกุ(เนื้อวัว) น้ำจิ้มอร่อยดี

กินกันจนบางคนอ้วนกลมกลิ้งได้กันเลยทีเดียว

สำหรับที่พักคืนนี้ Toyoko-Inn ติดกับสถานีรถไฟ Gifu-hashima ห้องค่อนข้างเล็กไปหน่อยถ้าเทียบกับขนาดตัวกลมๆที่เพิ่งกินอิ่มของพวกเรา จึงไม่ควรเดินสวนกันบ่อยๆ 5555 ไกด์บอกช่วงนี้เป็น High Seasonค่ะโรงแรมก็ค่อนข้างหายากเลยทีเดียว

คืนนี้ก็มีหลายคนไม่หลับไม่นอน ออกไปซื้อเหล้าบ๊วยบ้าง ออกไปลัลล้าเล่น Slot กันบ้าง กลับมาก็เล่นเกมส์ดวลสาเกกันอีก (ถ้าลูกๆพี่นาเปลี่ยนไปก็ทราบสาเหตุได้เลยค่ะ อิอิ) ส่วนผึ้งก็แอบเบี้ยวทุกรายการที่ว่ามา คืนนี้เพลียมาก!เพราะต้องจัดขนมลงกะเป๋าให้หมด

Yes Japan Alps (I am Tour) Day5 (ตอน1) : ปราสาทนาโกย่า – ห้างอิออน – สนามบิน
 
Day 5 : ปราสาทนาโกย่า (เข้าชมด้านใน) – ห้างอิออน – สนามบิน วันสุดท้าย หลังจากเก็บกระเป๋าและจัดการมื้อเช้าเรียบร้อย ก็เอากระเป๋าขึ้นรถ ทุกคนพร้อมกันบนบัสหมดแล้ว ยกเว้นแกงค์9กระเป๋าครบแต่ตัวหายไป อิอิ วิธีตามหาตัวพวกเราไม่ยากค่ะ แค่ยืนนิ่งๆเงียบๆ แล้วเงี่ยหูฟัง ก็สามารถเดินตามเสียงมาเจอตัวแน่นอน …แอบหาย ไปถ่ายรูปกันอีกแล้ว หน้าบ้านใครก็ไม่รู้

โปรแกรมแรกสำหรับวันนี้ก็คือ ปราสาทนาโกย่า สวยเป็นอันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลย

เดินเข้าประตูปุ๊บก็จะเจอปลาทองตัวยักษ์ก่อนเลย จากนั้นก็เดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงตัวปราสาท

20 นาทีก็แล้ว ยังเดินไม่ถึงประตู 40 นาทีก็แล้ว ก็ยังคงไม่ถึงประตู ทำไมนะเหรอคะ เพราะว่าระหว่างทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตรมุมถ่ายรูปเพียบค่ะ เหล่านางแบบทั้งหลายแฮ็ปปี้มาก

แอบเอาสาวๆมารุมถ่ายรูปกะคุณตา ถ่ายเสร็จคุณตาบอกแหม…อยากย้อนไปซักอายุ 20 อิอิ คุณตายังแข็งแรงและคุยสนุกมาก แต่แอบเป็นโรคหัวใจ(อ่อนแอ)ก็เลยห้ามขัดใจ

เดินไปถึงตัวปราสาทมี 5 ชั้น ซึ่งเราจะขึ้นลิฟท์ไปชั้น 5 ก่อนแล้วเดินลงเพื่อชมพิพิธภัณฑ์ทีละชั้น โดยชั้นบนสุดขายของที่ระลึก ส่วนชั้นอื่นๆเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ (แต่แบบว่าอ่านเรื่องราวไม่ออก ดูแต่รูปแล้วกันนะคะ)

เจอกำแพงก็ยังไม่วายค่ะ…แต่ละนางแอ๊คท่าปืนป่ายกันสุดฤทธิ์ จนกำแพงแถวนั้นทรุดไปเลย

ออกมาด้านนอกเจอร้านไอติม …อืมมมม ต้องลองอีกแล้ว อร่อยแฮะ ซื้อเสร็จ พี่หมูอยากกินไอติมอีก เลยกลับไปซื้อเพิ่ม แต่ดูจากรูปแล้ว รู้สึกว่าไกด์อยากกินไอติมของพี่หมู ถ้านางให้ไกด์กินไอติม นางก็ต้องกินไกด์สินะ ถึงจะไม่เสียไอติมไปฟรีๆ กินกันยังไงก็คุ้มนะเนี่ย แหม่ … ถ่ายกะคนที่บ้านยังไม่ได้ขนาดนี้เลยนะคร๊า แถมกลับจากญี่ปุ่นปุ๊บ ก็มีข่าวดีว่าท้องปั๊บ เอ๊ะ!มันยังไงค๊า ไปจ้องตาใครรึปล่าว^^ ฮ่าๆๆ

แล้วก็ไปกันต่อที่ห้างAeon ซึ่งมีซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ทุกคนได้ Shopping แต่ Kit-Kat นี่แทบเกลี้ยงShelfเลย รู้ทันทีว่าทัวร์ลง ความจริงแล้วมีอีกหลายอย่างน่าซื้อ เช่น ผงโรยข้าว เส้นราเมง เหล้าบ๊วย ซื้อเสร็จมีกล่องให้แพ็คฟรีด้วย หากต้องการถุงต้องซื้อเพิ่มค่ะ 50 เยน ถ้ามีบัตร Aeon ได้ส่วนลด on top เพิ่มสำหรับบางร้านด้วยนะคะ บัตรเครดิตรูดได้ไม่มีชาร์จเพิ่ม (ผึ้งใช้Citibank รูดเรทก็พอๆกะแลกเงินเลยค่ะ) มื้อเที่ยงก็มี ฟู้ดคอร์ทให้เลือกหลายร้านเลย แกงกะหรี่อร่อยดี จานใหญ่มากกก ราคาอาหารส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 800เยน ถือว่าไม่แพงค่ะ

น้ำเปล่ารสส้มยังอร่อยเลยค่ะ รึผึ้งเป็นคนที่กินอะไรก็อร่อย รึปล่าว ก็ไม่รู้นะ

จากห้างอิออนไปสนามบินก็ใช้เวลาไม่นานมากนัก ระหว่างทางคุณตาในฐานะวัยรุ่นสูงสุดของทริปก็กล่าวส่งท้าย ตามด้วยคุณบอล

ทริปนี้ถึงแม้ว่าเราจะเจอฝนกระหน่ำไป 2 วันเต็ม แต่ถือได้ว่าเป็นทริปที่สนุก ราบรื่นมาก แทบไม่เจอปัญหาเลย ลูกทัวร์ทุกคนก็น่ารัก ใจดี เฮฮา เป็นกันเอง และรักษาเวลากันเป็นอย่างดี ไกด์ก็น่าร๊ากก ทำหน้าที่ได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ถือเป็นการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกที่น่าประทับใจจริงๆ

Yes Japan Alps (I am Tour) Day5 (ตอน2) : ปราสาทนาโกย่า – ห้างอิออน – สนามบิน
 
ถึงสนามบิน เซ็นแทร์ ก็จะเจอป้ายบอกทางแบบนี้เป็นระยะๆ ฮ่าๆๆ (ไม่ใช่นะคะ อันนี้คนบ้าค่ะ! ไม่ใช่ป้ายบอกทาง)

ส่วนครอบครัวน้องเพชรก็แยกย้ายไปเที่ยวต่อที่ฮ็อกไกโด น่าอิจฉ่าเป็นที่สุดค่ะ เพราะเท่าที่รู้มาแถบฮ็ฮกไกโดอาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะปูทั้ง 3 ชนิด ปูขน ปูทาราบะ และปูซึไว คราวหน้าจะไปลองให้ได้เลย

ก่อนขึ้นเครื่อง หลังผ่าน immigration ไปได้ ก็ตรงดิ่งไปที่ร้านขนมค่ะ ปีกขวามี 1 ร้าน เล็กๆ ขนมแทบหมดเกลี้ยงเลย ได้มาไม่กี่อย่าง ก็เลยเดินกลับไปที่ร้านทางปีกซ้าย โอ้โห!…คงไม่ต้องบอกนะคะว่าอะไรควรซื้อบ้าง เพราะควรซื้อทุกอย่างเท่าที่จะหิ้วไหวค่ะ

ณ จุดนี้ขอบอกว่าไกด์ทำหน้าที่ได้ดีมากอีกแล้ว คอยชี้ให้เลยว่าอันนี้อร่อย Royce รสไหนอร่อยบ้าง ขนมอะไรที่อร่อยแต่ลืมหยิบ ก็หยิบมาให้ ผลงานก็ตามรูปเลยค่ะ…ทริปนี้ถือว่าผึ้งมิ้มประสบความสำเร็จกับการซื้อขนมมากๆ ฟินจนแทบจะนอนกอดกองขนมเลยทีเดียว

ของพี่ๆแต่ละคนก็ไม่น้อยนะคะ หิ้ว Shopping bag ขึ้นเครื่องกันสนุกสนาน ทริปนี้เราก็บินกลับด้วย TGเหมือนเดิมค่ะ

ขึ้นเครื่องได้ที่นั่งเรียบร้อย ผึ้งกะพี่ปอ นั่งแถวกลาง ตรงกลาง ก็รอลุ้นค่ะว่า สองคนที่จะนั่งขนาบข้างเราเป็นใครกันนะ นั่งลุ้นไป ก็ขำคิกๆกันไป และแล้ว…หวยออกที่พี่ปอค่ะทุกท่าน ก็ไม่รู้ว่า บังเอิญ โลกกลม รึพรหมลิขิต ผู้โชคดีที่นั่งข้างพี่ปอคือบ่อนบ๊อลไกด์ของเรานั่นเอง 555 ยิ้มมุมปากพร้อมนึกในใจ…งานนี้เสร็จโจรอีกล่ะ ^^ หึหึ Take off ได้แป็บเดียว บ่อนบ๊อลหลับ อุ๊ย! เข้าแผนเลยค่ะ เหตุการณ์หลังจากนั้นเกินอะไรขึ้นบ้างขอไม่เล่านะคะ…(ดูจากหน้าพี่หมรฟินมากนะคะ!)

นั่งไปซักพัก ทั้งหวัดทั้งจามมาเต็ม กินยาก็ไม่ดีขึ้น หายใจก็ไม่ออก นอนก็ไม่ได้ ก็เลยนั่งทำรูปเล่นๆ วางแผนร้ายแกล้งบ่อนบ๊อลกะพี่ปอที่กำลังหลับแบบไม่สนใครซะหน่อย จู่ๆบอลก็หันมาถามว่า “พี่ผึ้งเอายาแก้หวัดมั๊ย?”โหยยย…หล่อเลยยยยจ๊ะ! น้ำใจงาม แต่มันผิดจังหวะไปมั๊ยเนี่ย..ห๊า!.ทำเอาชะงัก รู้สึกผิดทันที ที่กำลังคิดจะแกล้ง ทำหน้าไม่ถูกเลย แหะๆ ^^

Flight นี้แจกไอติมด้วย เป็นหวัด อดกินเลย (T T) สงสัยกรรมจะตามทัน ส่วนคุณสจ๊วตก็พยามคะยั้นคะยอให้พี่ปอลองไวน์แดงจนได้ เอิ่มมมม…สงสัยว่าหน้าคุณพี่จะดึงดูดสุรามากไปป่าวคะ?

ถึงสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย ประมาณเกือบ 4 ทุ่ม ทุกครอบครัวรับของที่สายพานครบก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เหนื่อย แต่สนุกมากกก…

ขอขอบคุณ
•สมาชิกในแกงค์ 9 ทุกคนเลยที่ตกลงปลงใจไปด้วยกัน … มันส์มากค่ะ ปีหน้าขออีกนะจ๊ะ

•รูปถ่ายจากหลายๆครอบครัวค่ะ ที่แชร์มาให้ ผึ้งก็เลยหยิบจับเอามารวมกัน ขอเครดิตให้ไว้ตรงนี้นะคะ
o กล้องครอบครัวน้องเพชร คุณพ่อถ่ายรูปสวยจริงจังมากค่ะ ขออนุญาตหยิบยืมมาหลายรูปเลยค๊า
o กล้องพี่แอมป์-พี่ปอ 1000 acts
o กล้องพี่หมู ทริปนี้ถ่าย 300 รูป เบลอแค่ 200 รูป ก็เยี่ยมยอด ยกนิ้วให้แล้วจ้า

•คุณตา พี่ๆ และน้องๆร่วมทริปทุกท่าน ที่ร่วมกันทำให้บรรยากาศในการเดินทางสนุก และราบรื่นมาก หากแกงค์ 9 ส่งเสียงรบกวนท่านใดไปบ้างต้องขออภัยด้วยนะค๊า

•คุณบอล สเมิร์ฟ ทำหน้าที่ไกด์และดูแลสารทุกข์สุกดิบของลูกทัวร์ได้อย่างดี เป็นขวัญใจของหลายๆท่าน และแม้จะโดนลูกทัวร์กัดแกะ แทะเล็ม ไปบ้างก็ยังสามารถรักษาเอกราชเอาไว้ได้ เป็นไกด์ที่อร่อย เอร๊ย! น่าร๊ากกกมากจ้า

•บริษัท IamTour.com และคุณ Sale Manager ที่แนะนำทริปดีๆให้ โปรแกรมนี้จัดเวลาได้ค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ ตารางไม่แน่นก็เลยให้เวลาสำหรับแต่ละสถานที่ค่อนข้างเยอะ ไม่ต้องเป็นชะโงกทัวร์อย่างที่หลายท่านอาจกังวล บริการดี อาหารก็อร่อยถูกใจเลยทีเดียว..ทริปนี้เรียบร้อยดีจริงๆค่ะ Confirm!!
 
แล้วเจอกันใหม่ปีหน้าค๊าทุกท่าน ที่เกียวโต-โอซาก้า และ ฮอกไกโดจ้า….สำหรับทริปนี้ มาตะไอมาโช่ค๊า….Bye Bye

ปล1.มีคุณพี่ท่านนึงในทริปกระซิบบอกผึ้งไว้ว่าถ้าเขียน blogทริปนี้ ต้องให้บ่อนบ๊อลเป็นพระเอกนะ…จัดให้แล้วนะค๊า

ปล2.แอบแซวใครไปบ้างอย่าเคืองกันน๊า ผึ้งมิ้มรักทุกคนจริงๆ บอกเลย!! (ห้ามเอาคืนด้วย!)

ปล3.ใครคิดท่าโพสต์ถ่ายรูปไม่ออก แนะนำ ตามนี้นะจ๊ะ Born to be ค่ะ ระวังเอวเคล็ดกันด้วยน๊า^^