CHARMING TOWN & VILLAGE 10 DAYS
  • CHARMING TOWN & VILLAGE 10 DAYS

  • รหัสโปรแกรมทัวร์ : IAM-EU03
  • สายการบิน : Thai Airways (TG)
  • ระยะเวลา : 10 วัน 7 คืน
  • รวมมื้ออาหาร : 21 มื้อ
  • ระดับโรงแรม :
  • ราคาเริ่มต้น : 110,000 บาท
  • ช่วงเวลาเดินทาง : 10-19 ตุลาคม 62



ทัวร์ยุโรปตะวันออก

CHARMING TOWN & VILLAGE 10 DAYS

เยอรมนี – ออสเตรีย - ฝรั่งเศส
10 วัน  7 คืน
โดยสายการบินไทย (TG)

 

จุดเด่นโปรแกรมทัวร์

1. นั่งรถรางชม วิวพาโนรามา เหนือหมู่บ้านฮอลสตัล
2. ชมเหมืองเกลือโบราณ Salt Mine
3. ล่องเรือทะเลสาบ Konigssee ทะเลสาบที่น้ำใสสะอาดที่สุดในยุโรป
4. ชมหมู่บ้านที่มีวิวสวยมาก Ramsau
5. ชมหมู่บ้านสวยแห่งแคว้นอัลซาส Riquewihr / Colmar / Strasbourg
6. ชมหมู่บ้าน Mittenwald / Garmisch หมู่บ้านเฟรสโก้บาวาเรีย สุดสวย
7. ชมหมู่บ้านริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก Hallstatt / St.Wolfgang
8. ชมยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน Zugspitze Mt.
9. เข้าชมปราสาท Linderhof Castle ปราสาทแสนสวยที่สมบูรณ์ที่สุดของพระเจ้าวุดวิคที่ 2
10. เข้าชมปราสาท Heidelberg Castle
11. ชมหนึ่งในเมืองที่สวยระดับโลก Innsbruck
12. ชมหมู่บ้าน Titisee ในเขตป่าดำต้นกำเนิดนาฬิกากุ๊กกู
13. ชมหมู่บ้าน Lidau ริมทะเลสาบ Bodensee
14. ตามรอยในหลวง ร.5 ณ เมือง Baden Baden

 

 

  กรุงเทพฯ  

  • คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

  มิวนิค(เยอรมัน) – ฮอลสตัท – นั่งรถรางชมวิวพาโนรามา-เซนต์ วูลฟ์กัง

  • ออกเดินทางสู่ กรุงมิวนิค (Munich) โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 924
  • เดินทางถึง สนาบินเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน…หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว…
  • จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองฮอลสตัท (Hallstatt) เมืองมรดกโลก ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก…
  • นำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบ บนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า ซี สตราซ (See Strasse) อีกด้านมีร้านขายของ ที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่าน ขึ้นรถรางขึ้นสู่ภูเขาด้านบนชมวิวมุมสูง สามารถมองเห็นวิวพาโนรามา ให้ท่านได้ชมวิวเมืองฮอลสตัท และทะเลสาบจากด้านบน (หมายเหตุ: หากเกิดเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ เช่น เนื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือ มีการปิดปรับปรุงหรือทางรถรางไม่เปิด ให้ขึ้นชม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้ขึ้นชม โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า )
  • จากนั้นเดินทางสู่ เมืองเซนต์วูลฟ์กัง (St.Wolfgang) เมืองรีสอร์ทเล็ก ๆ ริมทะเลสาบเมือง รีสอร์ทเล็ก ๆ ในหุบเขาริมทะเลสาบวูลฟ์กัง ชมเมืองเซนต์วูลฟ์กัง เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามโรแมนติคที่สุดเมืองหนึ่งของออสเตรียที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง ทะเลสาบสวยใส และทุ่งหญ้าเขียวขจีเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว

 รับประทานอาหารค่ำณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

SCALARIA HOTEL ST.WOLFGANG หรือเทียบเท่า


เซนต์วูลฟ์กัง – ล่องเรือทะเลสาบโคนิงซี – หมู่บ้านรามเซา-เหมืองเกลือ – เบิชร์ชเทสกาเด้น

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น (Berchtesgaden) เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด 1 ใน 6 เส้นทางแสนสวยและยังเป็น เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็น ศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่...
  • นำท่านสู่ ทะเลสาบกษัตริย์ (Konigsee) ที่มีน้ำใสราวกับมรกต ได้ขึ้นว่าเป็นทะเลสาบที่น้ำใสและสะอาดที่สุดในยุโรป ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่งดงาม ที่สุดในประเทศเยอรมนี
  • นำท่าน ล่องเรือพลังงานไฟฟ้า ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1909 เพื่อไม่เกิดมลภาวะ เรือจะนำท่านล่องไปชมบรรยากาศแห่งฟยอร์ด จนถึงโบสถ์บาโธโล มิว อันเป็นเสน่ห์ของดินแดนแห่งฟยอร์ดนี้...
  • จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเรือ

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านรามเซา (Ramsau) หมู่บ้านเล็ก ๆ Unseen ของเยอรมันที่ ติดกับ พรมแดนออสเตรียที่หลบซ่อนตัวในเขตเทือกเขาเอลป์ โดยหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความสวยงามของวิวทิวทัศน์ โดยมีโบสถ์เซนต์เซบาสเตียน(St.Sebatian) เป็นฉาก มีสะพานไม่เล็กทอดข้ามแม่น้ำ Arche ที่ไหลตัดผ่านหมู่บ้าน โดย มีฉากหลังของเทือกเขาเอลป์เป็นฉากหลัง อิสระท่านเดินถ่ายรูปตามอัธยาศัย...
  • นำท่านเข้าชม เหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine) เป็นเหมืองเกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว...
  • นำท่าน นั่งรถรางลอดอุโมงค์ ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ALPEN HOTEL FISCHER หรือเทียบเท่า


  เบิชร์ชเทสกาเด้น – อินน์สบรูค – มิดเท็นวาลด์ – การ์มิสช์ ปาร์เทนไครเช่น

 รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูค (Innsbruck) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน “Inn River” และโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาเอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิ แม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวรก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมือง แห่งนี้ ระหว่างทางท่านจะได้พบกับวิวสองข้างทางที่สวยงาม ตามถนนเส้นทางอัลไพน์ ผ่านทั้งเทือกเขาเอลป์ ทะเลสาบ หมู่บ้าน ทุ่งหญ้า...
  • นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ อาคารหลังคาทองคํา (Goldenness Dachl) ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
  • นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ พระราชวังฮอฟบูร์ก (Hofburg Palace) พระราชวังที่ราชสำนักใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวและบันทึกภาพสวยจากอาคาร เรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านสู่ เมืองมิดเท็นวาลด์ (Mittenwald) พรมแดนระหว่างเยอรมันกับออสเตรีย หมู่บ้านเล็ก ๆ ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาเอลป์ และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านติดอันดับความสวยของเยอรมันถือเป็นสถานที่ unseen ของเยอรมันด้วย…นำท่านชมเมืองสูดอากาศอันบริสุทธิ์ เดินเล่นนั่งจิบกาแฟ ชมวิวทิวทัศน์หรือเลือกสินค้าที่ระลึก…
  • นำท่านเดินทางสู่ เมือง การ์มิสซ์ ปาร์เทนไครเช่น (Garmisch-Partenkirchen) เป็นหนึ่งใน เมืองที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของเยอรมนี เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนกันบ้านเรือนตกแต่งด้วยสไตล์บาวาเรียน มีภาพเขียนสีตกแต่งตามบ้านเรือนและถือเป็นประตู สู่ยอดเขา Zugspitze ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมันนี และเป็นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่า เล่นสกี หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ
  • นำท่านเดินเล่นเก็บบรรยากาศอันแสนโรแมนติคของเมือง

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

MERCURE HOTEL GARMISCH-PARTENKIRCHEN หรือเทียบเท่า


การ์มิสซ์ – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ – ปราสาทลินเดอร์ฮอฟ – ลินเดา

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี ให้ท่านเก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดใน เยอรมนีคือ 9,721 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปีคือ สกีในฤดูหนาวและเดินเขาในฤดูร้อน เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์
  • อิสระท่านตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองบนยอดเขา

  • นำท่านเดินทางกลับสู่ด้านล่าง เดินทางสู่ เมืองเอ็ททาล (Ettal)
  • นำท่านเข้าชมปราสาทลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof) 1 ใน 3 ปราสาทที่พระเจ้าลุควิคที่ 2 ได้สร้างขึ้นมานับเป็นปราสาทหลังที่ 2 ที่พระองค์ได้เสด็จไปเยือนฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1867 เพราะความประทับใจในพระราชวังแวร์ซายน์ จุดประสงค์เพื่อใช้ล่าสัตว์และถือว่าเป็นปราสาทที่เล็กที่สุดใน 3 ปราสาทที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น โดยใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี แบบศิลปะร็อกโคโคแบบฝรั่งเศส นำท่านเข้าชมห้องภายในปราสาท ซึ่งเปิดให้ท่านชมเพียง 9 ห้องเท่านั้น
  • นำท่านเดินสู่ เมืองลินเดา (Lindau) เมืองตากอากาศแสนสวยริมทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) หรืออีกชื่อคือทะเลสาบโบเดนเซ (Bodensee)
  • นำท่านเดิน ชมเมืองลินเดา เมืองเล็กที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นเมืองเล็ก ๆอยู่ระหว่างสามประเทศ คือเยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยของเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาบโดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาเอลป์จนได้รับฉายาว่า แชงกรีลา แห่งเยอรมัน
  • นำท่านเดินเล่น ถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง ถ่ายรูปกับเสาประภาคารบาวาเรียและเสารูปสิงโตซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลินดา
  • อิสระทุกท่านเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

LINDAUER HOF HOTEL หรือเทียบเท่า


ลินเดา – ทิทิเซ่ – ไฟรบวร์ก – ชมเมือง

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองทิทิเซ่ (Titisee) เขตป่าดำตอนใต้ (South Black Forest) เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ท่ามกลางป่าสนอันอุดมสมบูรณ์และทะเลสาบสุดสวย
  • นำท่านชมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ทะเลสาบทิทิเซ่ (Titisee Lake) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในป่าดำมีความยาว 2 กิโลเมตร และมีความกว้าง 700 เมตร ผ่านบริเวณนี้ ท่านจะได้พบกับยอดเขาที่สูงที่สุดในป่าดำนั่นคือ ยอดเขา FELDBERG ซึ่งความสูงถึง 1500 เมตร เดินทางถึงทะเลสาบทิทิเซ่ ท่านจะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติที่ห้อมล้อมทะเลสาบแห่งนี้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยติดอันดับในทวีปยุโรปอีกด้วย
  • นำท่านชมทิวทัศน์ความงดงามของป่าดำ และทะเลสาบ มนต์เสน่ห์ที่ท่านจะต้องหลงใหลไม่มีวันลืมให้ท่านได้เลือกซื้อหรือชม นาฬิกากุ๊กกู เป็นของฝากหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย 

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองไฟรบวร์ก (Freiburg) เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเขตป่าดำ (Sudschwarzwald) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์กใกล้ชายแดนฝรั่งเศสและสวิส นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์แบบป่าดำที่สวยงามแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีอากาศดีมีแดด และอบอุ่นที่สุดในเยอรมนีอีกด้วย เป็นเมืองเก่าที่ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1120 และเป็นหนึ่งในเมืองแห่งตลาดเสรีที่มีชื่อเสียง และมีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของประเทศ
  • เดินทางถึง เมืองไฟรบวร์ก
  • นำท่านถ่ายภาพความสวยงามของ โบสถ์แห่งเมืองไฟรบวร์ก (Freiburg Muenster) เป็นโบสถ์ใหญ่ประจำเมืองที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 313 ปี และมีความสูงถึง 116 เมตร โบสถ์นี้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ตัวเมืองถูกทำลายลงถึง 90% อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย
  • นำท่าน ชมถนนที่สวยสุดของเมืองที่เรียกว่า Konviktstrasse เป็นบริเวณที่มีร้านค้ามากมาย มีไม้เลื้อยขึ้นตามบ้าน ทำให้ถนนเส้นนี้น่ารักยิ่งขึ้นไปอีก ที่ไม่ควรพลาดชม และถือเป็นไฮไลท์ของเมืองแห่งนี้คือ Bächle หรือรางน้ำเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเกือบทุกเส้นในเมือง สร้างขึ้นในสมัยยุคกลางเป็นที่ระบายของเสีย ดับไฟ และใช้ป้องกันไม่ให้ไฟลามตอนเกิดไฟไหม้ และให้สัตว์ได้ดื่มกิน ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและเป็นที่นั่งเล่นของเด็ก ๆ ในฤดูร้อน…
  • อิสระนำท่านเดินเล่นชมเมือง และถ่ายภาพความงามตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

STADT FREIBURG HOTEL หรือเทียบเท่า


  ไฟรบวร์ก – กอลมาร์ – ริคเวีย – สตราสบูร์ก

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองกอลมาร์ (Colmar) เมืองในแคว้นอาลซัส ประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในเมืองที่ถูกจัดอันดับ 1ใน 10 เมืองโรแมนติคที่สุดในโลก ได้รับการขนานนามว่าเวนิสน้อย (La Petite Venise) ตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ของอาลซัส และยังเป็นบ้านเกิดของศิลปิน เฟรดเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ
  • อิสระให้ทุกท่านเดินชมเมืองตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านสู่ เมืองริคเวีย (Riquewihr) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์ เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Village de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส...
  • นำท่านเดินชมบ้านเรือนที่อยู่ในหุบเขา ล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นที่ไว้สำหรับทำไวน์ โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย – พ.ย. จะเห็นต้นองุ่นที่ถูกปลูกสวยงามยิ่งนัก...
  • นำท่านเดินเล่น ชมเมืองริคเวีย ท่านจะได้พบกับร้านเรือนที่มีสีสันสวยงามล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น มีตรอกซอกซอยร้านค้า ร้านไวน์ ร้านกาแฟ ให้ท่านเลือกนั่งจิ๊บไวน์หรือกาแฟ หรือเลือกซื้อไวน์ที่มีชื่อเสียง อิสระให้ท่านเดินถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจ...
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) เป็นเมืองแห่งความโรแมนติค และเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส (Alsace)ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีความสวยงามเมืองหนึ่งของยุโรป ซึ่งเมื่อท่านเดินทางมาแถบลุ่มแม่น้ำไรน์ไม่ควรพลาดเด็ดขนาด เมืองขนาดกลางแห่งนี้มีย่านเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ที่รู้จักกันในนาม la Petite France (ปารีสน้อย)
  • นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารนอร์ทเทอดาม ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและมียอดโดมสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก อีกด้วยออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปีตัววิหารมีการรวบรวมรูปแบบการก่อสร้างที่งดงามหลายส่วนรวมถึงรูปแกะสลักต่าง ๆ ช่วงยุคกลาง อิสระถ่ายรูปหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นตามอัธยาศัย...
  • นำท่านชมเขต La Petite France ของเมืองสตราสบูร์ก ซึ่งมีภูมิทัศน์สวยงามด้วยบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสองแม่น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมืองมีลักษณะเป็นพื้นที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอิลล์ทั้งสี่ด้านและมีเส้นทาง คูคลองเชื่อมต่อกันไปมากมาย บริเวณใกล้เคียงเป็นเกาะที่มีสะพานหลายแห่งเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของเมือง ภายในย่านนี้มีลักษณะเป็นตรอกซอกซอย พื้นถนนปูลาดด้วยหินกรวด เรียงรายด้วยบ้านไม้โบราณสไตล์อัลซาสที่สวยงามซึ่งทอดตัวเป็นภาพเงาสะท้อนในคลองตลอดถนน Rue des Moulins และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนู หอยเอสคาโก้

HILTON STRASBURG HOTEL หรือเทียบเท่า


  สตราสบูร์ก – บาเดน บาเดน – ไฮเดลเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำคณะเดินทางสู่ เมืองบาเดน-บาเดน (Baden Baden) เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งยุโรป และเป็นเมืองเก่าเมืองแก่ที่ไม่ได้ถูกทำลายไปในสงครามโลกทั้งสองครั้ง และยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรียงนามเรื่องบ่อน้ำแร่มาตั้งแต่สมัยโรมันแล้ว ซากของสระน้ำตั้งแต่สมัยโรมันก็ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
  • อิสระให้ทุกท่านได้เที่ยวชมเมืองตากอากาศแสนสวยแห่งนี้
  • นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก(Heidelberg) ตั้งอยู่ในรัฐ baden-Wurttemburg ทางใต้ของแฟรงค์เฟิร์ตเป็นเมืองที่มีบรรยากาศสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเน็คคาร์ (Neckar) โดยมีปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งอยู่บนเชิงเขา

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

  • นำท่านชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก...
  • นำท่านชมวิวจากจุดชมวิวบนตัวปราสาท ท่านจะมองเห็นเมืองไฮเดลเบิร์กได้อย่างสวยงาม...นำท่าน ชมสะพานเก่าอัลเทอบรุค เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเน็คคาร์ ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เมื่อเดินข้ามสะพานไปแล้วมองหันกลับมาท่านจะเห็นปราสาทไฮเดลเบิร์กสีชมพูอมแดงตั้งโดดเด่นเหนือตัวเมืองไฮเดลเบิร์ก...
  • นำท่าน ชมรูปปั้นลิง บนตัวสะพานที่มีความเชื่อว่าหากได้มาสัมผัสรูปปั้นลิงนี้จะได้กลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่งนำท่านเดินเข้าสู่ จัตุรัสมาร์คพลัทซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถไฮลิก ไกสท์เคียร์เค่อ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นศิลปแบบโกธิค…
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) เมืองธุรกิจการค้าที่สำคัญของเยอรมัน 

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

PLAZA FRANKFURT CONGRESS HOTEL หรือเทียบเท่า


แฟรงค์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่าน ชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romrberg) ย่านใจกลางเมืองเก่า อันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (THE ROMER) ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี 1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า ออสไซเล่อ (OSTZEILE) ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด
  • นำท่านถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม (GERECHTIGKEITSBRUNNEN) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ผ่านชมโบส์ถเซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง
  • จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต
  • ออกเดินสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG921

 

กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

  • เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ


อัตราค่าบริการ


กำหนดการเดินทาง


ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ท่านละ


ราคาห้องพักเดี่ยว เพิ่ม

10-19 OCT’19
114,900
25,000

 *หมายเหตุ กรุณาดาวน์โหลด หรือ เปิดไฟล์ PDF เพื่ออ่านเงื่อนไขการจองทัวร์ และเงื่อนไขการเดินทาง โดยทางบริษัท จะยึดเงื่อนไข ตามที่ระบุในโปรแกรมทัวร์จากไฟล์ PDF เท่านั้น*