LAVENDER FESTIVAL 10 DAY
  • LAVENDER FESTIVAL 10 DAY

  • รหัสโปรแกรมทัวร์ : HL-G-FRA01
  • สายการบิน : Thai Airways (TG)
  • ระยะเวลา : 10 วัน 7 คืน
  • รวมมื้ออาหาร : 22 มื้อ
  • ระดับโรงแรม :
  • ราคาเริ่มต้น : 115,900 บาท
  • ช่วงเวลาเดินทาง : มิถุนายน- กรกฎาคม 62



ทัวร์ยุโรป

LAVENDER FESTIVAL 10 DAY (TG)
เส้นทางเจาะลึก
ฝรั่งเศสใต้ –อิตาลี
(เอลป์ / โพรวองซ์ / ริเวียร่า)

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทยพบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

  มิลาน (อิตาลี)– ตูริน - ชาโมนิกซ์ (ฝรั่งเศส)

  • ออกเดินทางบินเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 940
  • เดินทางถึงเมืองมิลานประเทศอิตาลี จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ตูริน (Turin) หรือ โตริโน่ (Torino) (ระยะทาง ประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม.) อดีตเมืองหลวงเก่าแกของประเทศอิตาลี ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นปิเอดมอนต์ ซึ่งในอดีตเคยที่ประทับกษัตริย์แห่งแคว้นซาวอย (Savoy) มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1574 และเมืองตูรินยังได้เป็นเกีรยติในการเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิคฤดูหนาวหลายครั้งอีกด้วย
  • นำท่านสู่จตุรัส คาสเตลโล ศุนย์กลางของเมืองตูริน
  • นำท่านเดินเล่นชมเมืองตูริน ถ่ายรูปกับ ดูโอโม่ หรือมหาวิหารประจำเมืองตูริน
  • จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมือง ชาโมนิกซ์ (CHAMONIX)เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่นักเล่นสกีและนักปีนเขานิยมมาเล่นสกีหรือปีนเขาที่แห่งนี้โดยมียอดเขามองบลังค์ (MONT BLANC) เป็นจุดหมายปลายทาง ให้ท่านอิสระเดินชมเมืองชาโมนิกส์ ที่ล้อมรอบด้วยขุนเขาสูง
  • อิสระให้ท่านเพลิดเพลินเดินเล่น ชมเมือง ชาโมนิกซ์ ที่เป็นเมืองตากอากาศสีสันสดใส และมีการตกแต่งบ้านเรือนไว้อย่างสวยงาม
  • ให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของฝากของที่ระลึกมากมายกับบรรยากาศโอบล้อมไปด้วยภูเขาสูง หากอากาศดีๆ ท่านสามารถมองเห็นยอดเขามองบลัง ที่สูงถึง 4,807 เมตร สูงสุดในยุโรป และ อันดับที่ 11 ของโลก

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

MERCURE HOTEL CHAMONIX CENTRE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว


เคเบิ้ลไฟฟ้า - AIGUILLEDU MIDI มองบลังค์ – อีวัวร์(Unseen) - อานซี

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านนั่งเคเบิ้ลไฟฟ้าขึ้นสู่สถานี ไอกุย ดู มิดิ (Aiguille du Midi) ด้วยความสูงระดับ 3,842 เมตร เป็นกระเช้าที่สูงที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นเมือปี คศ 1955 ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากสถานีนี้ท่านสามารถมองเห็นยอด เขามองบลังค์ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป (สูงกว่าจุงฟราวน์) และสูงเป็นอันดับที่ 11 ของโลก ที่มีความสูง 4,807 เมตร ในท่านอิสระเล่นหิมะหรือถ่ายรูปตามอัธยาศัย
  • จากนั้นได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ด้านล่างเมืองชาโมนิกซ์

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน อีวัวร์ (Yvoire) เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี เป็นเมืองในยุคกลางของยุโรป ที่ยังมีการอนุรักษ์เก็บรักษาปราสาท ประตูเมือง และกําแพงเก่าแก่เอาไว้ ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน 18 ที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส โดยได้ฉลองอายุครบ 700 ปี ในปี 2006 และยังได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 2006 ในการดูแลรักษาได้ดีที่สุด ตัวบ้านเรือนถูกประดับด้วยดอกไม้ไม่ว่า จะฤดูไหนก็ตามจนได้รับรางวัล “Four Flowers” ระดับยุโรป จนได้รับการขนานนามว่า หมู่บ้านดอกไม้ และได้รับรางวัล InternationalTrophy for Landscape และพืชสวน อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของฝรั่งเศสในปี 2002

  • จากนั้นนำท่านสู่เมือง อานซี่ (Annecy) (ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.) เมืองเก่าเล็กๆ น่ารักที่อยู่ท่ามกลางทะเลสาบ Annecy Lake (ติดอันดับความสวยงามของโลก) และเทือกเขาเอลป์ เป็นเมืองตากอากาศที่สวยและบรรยากาศดีมากๆ อยุ่ห่างจากเมืองเจนีวาเพียง 35 กิโลเมตร
  • จากนนั้นนำท่านชมเมืองเก่า นำท่านถ่ายรูปกับ Palais de L’Isle เป็นมุมกลางน้ำ ตั้งโดดเด่นอยู่ในคลอง เคยเป็นที่อาศัยของตระกูลเดล ลิส์ล สร้างในศตวรรษที่ 12 แต่อีก 200 ปีกลายสภาพเป็นศาล จากนั้นก็เป็นคุก แล้วมาเป็นโรงกษาปณ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นที่ทำการของรัฐในศตวรรษที่ 15 แล้ว กลับมาเป็นคุกใหม่อีกครั้งในช่วงปฏิวัตฝรั่งเศส จนถึงปี 1986 ทางการฝรั่งเศสได้เข้าบูรณะใหม่ ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงนิทรรศการ ประวัติศาสตร์ของเมืองอ้านซี และซาวัว และปัจจุบันมุมของอาคารแห่งนี้ก็ยังใช้เป็นสัญญาลักษณ์ ของเมืองด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ถูกถ่ายไว้มากที่สุดในฝรั่งเศส
  • อิสระให้ท่านเดินเล่นในตัวเมือง ริมทะเลสาบ หรือเลือกซื้อของที่ระลึกสินค้าพื้นเมือง ตามอัธยาศัย หรือ เลือกจิบกาแฟ นั่งชมบรรยากาศ โรแมนติคสุดๆ

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

NOVOTEL ANNECY หรือระดับเทียบเท่าระดับ 4 ดาว


อานซี – วาล็องซ์ – สะพานส่งน้ำโรมัน ปง ดู การ์ - อาวิญง

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง วาล็องซ์ (Valence) (ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลา 2.30 ชม.) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโดรม เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแคว้นโรนาลป์ ประเทศฝรั่งเศส
  • นำท่านชมเมืองวาล็องส์ และนำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองวาล็อง (Cathedral Saint Apollinaire de Valence) เป็นมหาวิหารในแบบโรมันคาทอลิก สร้างเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญ Apollinaris of Valence) ถูกสร้างขึ้นปี 1095 แล้วเสร็จในช่วงศตวรรษที่ 12 แต่มาเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามศาสนา ปี 1569-1598 หลังจากนั้นมีการซ่อมแซมใหม่ในศตวรรษที่ 17 อิสระทุกท่านถ่ายรูปเดินเล่นตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สะพานส่งน้ำโรมัน ปงดูการ์ (PONT DU GARD) เป็นสะพานตั้งขวางแม่น้ำการ์ดง ทางตะวันตกของอาวีญงราว 20 กิโลเมตร เป็นสะพานส่งน้ำโบราณในยุคโรมันเก่าแก่กว่า 2,000 ปี สร้างด้วยหินห้อนมหึมาทอดข้ามแม่น้ำการ์ดง (Gardon) เป็นส่วนหน่งของระบบส่งน้ำจากเมืองนีมส์ด้วยระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร มีความสูง 50 เมตร ยาว 275 ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก (UNESCO) ปี 1985 อิสระให้ท่านถ่ายรูปกับปงดูการ์ จนเป็นที่พอใจ
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอาวิญง (AVIGNON) (ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที) เมืองยุคกลางที่พระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 5 แห่งโรม อพยพหนีความวุ่นวายทางการเมืองมาตั้งศูนย์กลางทางศาสนาขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากทางด้านศิลปะ และบันเทิงจุดสนใจที
    นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาชมกันมาก
  • นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ พระราชวังของสันตะปาปา (PALAIS DES PAPES) ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และเคยเป็นที่ประทับขององค์พระสันตะปาปาถึง 10 พระองค์ แม้จะถูกทำลายไปจากการเกิดเพลิงไหม้ในบางส่วนแต่ก็ได้รับการบูรณะ และกลับเป็นเหมือนดังเดิม ให้ท่านถ่ายรูปกับสะพานเซนต์เบเนเซ่ (Pont Saint-Bénézet) หรือสะพานแห่งเมืองอาวิญง (Pont d’Avignon) สะพานคอนกรีตโบราณขาดเหลือไม่ถึงครึ่ง ที่ใช้ในการข้ามแม่น้ำโรนน์ ปัจจุบันกลายเป็นเครื่องหมายการแบ่งแยกดินแดนของฝรั่งเศสกับคริสตจักรที่ไม่ราบรื่น เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากบทเพลง (ซูริ เลอ ปองต์ ดาวิญง) ที่โดดเด่นสะดุดตามากที่สุด

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

GRAND HOTEL AVIGNON หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว


แอ๊บบี้เดอซีนอคค์ - หมู่บ้านกอร์ด (Unseen) – ทุ่งลาเวนเดอร์วาเลนโซ – เอ็กซ์ ออง โพรวองส์

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แอ๊บบี้เดอซีนอคค์ (Abbaye de Sénanque)สำนักสงฆ์เก่าที่ได้รับการก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ความวิเศษของที่นี่ก็คือการที่เราได้สัมผัสทุ่งลาเวนเดอร์ที่ปลูกรายล้อมสำนักสงฆ์อย่างใกล้ชิดอีกทั้งยังสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากลาเวนเดอร์เป็นของฝากติดมือได้อีกด้วย การได้มีโอกาสมาเยือนโพรวองซ์ซักครั้งในชีวิต
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกอร์ด (Gordes) เมืองเก่าแก่ที่มากด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ลักษณะเมืองจะสร้างจากยอดเขา และปลูกลดหลั่นกันมาตามไหล่เขามีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและบรรยากาศแบบชนบทดั้งเดิมของโพรวองซ์ รอบนอกของหมู่บ้าน นี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหิน 6,000 ปี (Le village des Bories) หมู่บ้านหินเก่าแก่ที่สร้างด้วยการน่าหินมาวางเรียงรายโดยไม่ได้ใช้วัสดุเชื่อมใดๆความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ทำให้ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส(LesPlus Beaux Villange de)

  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองวาเลนโซ (VALENSOLE) แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ 800 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ในการจัดนิเทศกาลลาเวนเดอร์ทุกปี ให้ท่านชมทุ่งลาเวนเดอร์ ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ให้ท่านเก็บภาพความประทับใจอย่างเต็มอิ่ม หรือเลือกซื้อของฝากที่แปรรูปมาจากลาเวนเดอร์
  • จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเอ็กซ์ ออง โพรวองส์ (AIX EN PROVENCE)เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามที่สุดเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส

  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

  GRAND HOTEL DU ROI RENE AIX EN PROVENCE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว


  เอ็กซ์ ออง โพรวองส์ - คานส์ – แซ็งปอล เดอ วองซ์( Unseen) - นีซ

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินเล่นชมเมือง เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวโพรวองซ์ กับผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ผัก และผลไม้สดๆจากไร่ และตลาดดอกไม้สด พร้อมชมอาคารบ้านเรือนสไตล์บาร็อคที่หรูหรา ซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองเก่าแก่ในสมัยโรมันที่มีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ต่อมามีการปรับปรุง และมีการก่อสร้างอาคารที่สวยงามมากขึ้น ปัจจุบันจึงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงที่มีเทศกาลดนตรีในเดือนกรกฎาคม อิสระให้ทุกท่านเดินชมเมืองตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคานส์ (CANNES) เมืองชายทะเลเล็กๆที่มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี และเป็นเมืองที่ใช้สถานที่ในการประกวดภาพยนตร์นานาชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เก็บภาพกับ PALAIS DES FESTIVALS ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานประกวดภาพยนตร์ และ ศูนย์ประชุมนานาชาติ โดยรอบอาคารจะมีรอยฝ่ามือของบรรดาเหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียงจากฮอลลีวู้ดมาประทับเอาไว้บนพื้นซีเมนต์ ผ่านชมวิวทิวทัศน์ของเมืองบริเวณถนนลา กรัว เซต ย่านเดินเที่ยวริมทะเลที่ทันสมัยที่สุดในโลก เรียงรายไปด้วยทิวแถวของต้นปาล์ม ร้านบูติก และร้านค้ามีระดับ

  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน แซ็งปอล เดอ วองซ์ (Saint Paul de Vence)  หมู่บ้านเล็กๆ ในยุคกลางต้องอยู่บนเขาใกล้ๆ เมืองนีซ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งศิลปะ เพราะในช่วงศตวรรษที่ 18- 19 เป็นที่รวมตัวของบรรดาศิลปินอาร์ตติสต่างๆ โดยเฉพาะ ที่จิตรกรชื่อดังแห่งฝรั่งเศส มาร์ก ชากัล Marc Chagall ได้มาพำนักช่วง 20 ปีหลังของชีวิต สร้างสรรค์ผลงานออกแสดงจนทำให้ เซนต์ พอล เดอ วองซ์โด่งดัง ปัจจุบันเป็นหมู่บ้าน ที่ศิลปินแขนงต่าง ที่มีชื่อเสียง มาอาศัย เปิดร้าน นำเสนอผลงานออกจำหน่ายภายในหมู่บ้าน และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศสอีกด้วย (LesPlus Beaux Villange de)
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนีซ (NICE) เมืองพักตากอากาศทางที่เรียกว่า เฟรนช์ริเวียร่า มีชายทะเลที่สวยงาม ซึ่งเริ่มกลายเป็นสถานตากอากาศยอดนิยมของคนอังกฤษ และ ชาวยุโรปมาตั้งแต่สมัยวิคทอเรีย ซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางมานีส เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ชายหาดของ นีซไม่ใช่หาดทราย แต่จะเป็นหินก้อนเล็กๆที่ไม่คม ซึ่งคือเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเมืองนีส
  • นำท่านชมเมืองนีซ เมืองซึ่งอุดมไปด้วยสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมชั้นเยี่ยม ซากปรักหักพัง พิพิธภัณฑ์ ร้านเสื้อผ้า ตลาดกลางแจ้ง ภัตตาคาร อันเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ถ่ายภาพกับโบสถ์นอร์ทเทรอดามของเมืองนีซ (BASILQUE NOTRE-DAME DE NICE) เป็นโบสถ์ที่ได้รับการออกแบบสไตล์โกธิคอย่างชัดเจน เคยถูกสร้างขึ้นใหม่จากโครงสร้างเดิมในปี ค.ศ. 1868 ออกแบบโดยสถาปนิก C. Lenormand เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและเป็นอาคารทางศาสนาแห่งแรกที่มีความทันสมัย ตั้งโดดเด่นสง่างามกลางถนนสายหลักในเมือง
  • จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งบริเวณจัตุรัสมาสเซนา (Place Massena) บริเวณที่เป็นจุดคมนาคมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยร้านแฟชั่น และน้ำหอม อันเป็นที่ตั้งของห้างชื่อดัง Nice Etoile และ Galeries Lafayette อิสระทุกท่านเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

MERCURE NICE CENTRE NOTRE DAME HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว


  นีซ– เอเซ่ (Unseen) – โมนาโก – มองเต คาร์โล - มองตอง (Unseen) - เจนัว (อิตาลี)

 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเอเซ่ (EZE VILLAGE) หมู่บ้านโบราณแห่งนี้ มีประวัติศาสตร์มายาวนาน มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 และ มีทัศนียภาพที่งดงามโอบล้อมไปด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ที่ต้องบอกกันปากต่อปาก
  • เดินทางถึง หมู่บ้านเอเซ่ หมู่บ้านที่แสนจะน่ารัก อบอุ่น คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ เป็นหมู่บ้านเล็กๆกะทัดรัดแต่แฝงด้วยเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ที่ท่านไม่ควรพลาดมาเยือน หากได้มาเยือนแถบนี้
  • อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านทางสู่ โมนาโค (Monaco) ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางท้องทะเลอันงดงาม ผ่านชมมหาวิหารเซนต์นิโคลัส ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ 1875 ที่เคยใช้จัดงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงเกรซ เคลลี ราชธิดาแห่งโมนาโค
  • นำท่าน ถ่ายภาพกับปาเล เดอ แปรงซ์ (PALAIS DE PRINCES) ปราสาทที่ประทับของเจ้าชายแห่งรัฐ
  • จากนั้นอิสระให้ท่านชมวิวทิวทัศน์ที่ขนาบด้วยท่า จอดเรือยอร์ชอันหรูหราซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่ง และร่ำรวยของดินแดนแห่งนี้

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเต คาร์โล (MONTE CARLO) เมืองใหม่ที่ตั้งอยู่ทางตอนปลายของฝรั่งเศส นําท่านถ่ายภาพกับความหรูหราของคาสิโนแห่งมองเต คาร์โล ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สําคัญของเมือง
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง มองตอง (MONTON)  เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า Pearl of France หรือ ไข่มุกแห่งฝรั่งเศส และได้รับการยอมว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของริเวียร่าฝรั่งเศส เมืองมองตอง เป็นเมืองพรมแดนฝรั่งเศส อิตาลี ซึ่งครั้งหนึงเคยเป็นของอิตาลี โดยเมืองมองตองถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 11 จากการตั้งถิ่นฐานของชาวอิตาลี แต่ต่อมากลายเป็นของฝรั่งเศสในช่วงนโปเลียนที่3 เมืองมองตองเป็นเมืองที่มีอากาศดีจึงเป็นแหล่งปลูกมะนาวที่สำคัญของฝรั่งเศส และทุกๆปีจะมีการจัดงานเกี่ยวกับมะนาว ถือเป็นงานที่สำคัญของเมืองแห่งนี้

  • นำท่านถ่ายรูปบริเวณชายหาด และท่าเรือ ซึ่งเป็นจุดที่ท่านสามารถเก็บภาพบรรยากาศของเมืองเมืองได้ทั้งหมด จนได้เวลาสมควร

  • จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองเจนัว (GENOA) หนึ่งในเมืองใหญ่ของอิตาลี ทั้งยังเป็นรัฐอิสระที่ตั้งอยู่ที่ลิกูเรีย ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเลอิตาลีที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 และด้วยสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการเดินเรือนี่เอง จึงส่งผลให้เมืองเจนัวกลายเป็นเมืองท่าที่สําคัญริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางฝั่งตะวันตกของอิตาลี

  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

  NH HOTEL GENOA CITY หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว


เจนัว - ปอร์โตฟิโน่ - มิลาน – มหาวิหารดูโอโม – ขึ้นชมวิวหลังคาดูโอโม -ช้อปปิ้ง

  รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ปอร์โตฟิโน่ (PORTOFINO) หมู่บ้านประมงเล็กๆในอิตาลี และเป็นรีสอร์ทเมืองสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวในเมืองเจนัวของอิตาเลี่ยน ริเวียร่า ล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางเมืองท่าของเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยๆมากมาย เดินทางถึง เมืองปอร์โตฟิโน่
  • นำท่านชมเมืองปอร์โตฟิโน่ หมู่บ้านตากอากาศชื่อดังของอิตาลี สวรรค์แห่งรีสอร์ทสำหรับนักท่องเที่ยวในแคว้น ลิกูเรีย (LIGURIA) เมืองปอร์โตฟิโน เป็นเมืองเล็กน่ารักด้วยบ้านเรือนหลากสีสันที่ตั้งอยู่ตามเชิงเขาเขียวชอุ่มโอบล้อมอ่าวที่มีเรือยอร์ช จอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบความสวยงามของที่นี่นั้นถึงกับทำให้บริษัทในเครือวอลท์ดิสนีย์ (WALT DISNEY) ต้องขอจำลองไปไว้สวนสนุกดิสนีย์ซี (DISNEYSEA) ในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ให้เดินพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ ดื่มด่ำกับบรรยากาศสบายๆฟังเสียงคลื่น ชมท่าเรือยอร์ช สัมผัสวิถีชิวิตริมทะเล ไม่ไกลจากท่าเรือนักท่านยังสามารถเที่ยวชม โบสถ์เซนต์มาร์ติน (DIVO MARTINO) สร้างตั้งแต่คริสตศตวรรตที่ 11 เป็นโบสถ์ที่มีขนาดไม่ใหญ่โตหากเปี่ยมด้วยความเก๋แปลกตาไม่เหมือนที่ใด หากพอมีเวลาท่านยังสามารถขึ้นไปชม ป้อม CASTELLO BROWN ซึ่งเป็นทั้งปราสาท และเคยใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึกตั้งแต่สมัย ค.ศ.ที่ 16 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ และยังป็นจุดชมวิวของเมืองแบบ PANORAMA เห็นทั้งเมืองท่าเรือ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ชัดเจน

  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง มิลาน (MILAN) เมืองสาคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในแคว้นที่ราบลอมบาร์ดีเป็น เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลกษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ลานจตุรัสบริเวณ มหาวิหารแห่งมิลานหรือมิลานดูโอโม (DUOMO) สัญลกษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วย หินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิคใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปีปัจจุบันเป็นโบสถ์แคธอล์ลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นมหาวิหารใหญ่อันดับ 4 ของโลก สูง 157 เมตรกว้าง 92 เมตรเริ่มสร้างในปีค.ศ. 1386 ใช้เวลาก่อสร้าง นานถึง 500 ปีชมความงดงามยอดปราสาทที่มีปลายยอดแหลมกว่า 135 ยอด
  • พิเศษ นำท่านขึ้นลิฟท์ เพื่อขึ้นชมบนหลังคาของมหาวิหารดูโอโม ให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองมิลาน
  • อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง หรือว่าเลือกซื้อสินค้าแบร์นดเนม สินค้าพื้นเมืองหรือของที่ระลึกต่างๆ ตามอัธยาศัย

  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

  RADISSON BLU HOTEL MILAN หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว


  มิลาน – สนามบิน

  รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

  • ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเมืองมิลาน เพื่อทำการเช็คอินและทำ TAX REFUND
  • ออกเดินสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG941

สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ

  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.....


อัตราค่าบริการ


กำหนดการเดินทาง


ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ท่านละ


ราคาห้องพักเดี่ยว เพิ่ม

21 – 30 มิ.ย. 62
115,900
25,000
12 – 21 ก.ค. 62
119,900
25,000

*หมายเหตุ กรุณาดาวน์โหลด หรือ เปิดไฟล์ PDF เพื่ออ่านเงื่อนไขการจองทัวร์ และเงื่อนไขการเดินทาง โดยทางบริษัท จะยึดเงื่อนไข ตามที่ระบุในโปรแกรมทัวร์จากไฟล์ PDF เท่านั้น*