ศาสนาและวัฒนธรรมไต้หวัน


ศาสนาในไต้หวัน

ประชากรที่มีความเชื่อทางศาสนามีประมาณ 18.72 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 81.8 ของประชากรทั้งหมด โดย
มีผู้นับถือศาสนาพุทธมากที่สุดคือร้อยละ 43.2 รองลงมาได้แก่ลัทธิเต๋า ร้อยละ 40.6 อี้กวันเต้า (Yi Guan Dao)
ร้อยละ 4.3 นิกายโปแตสแตนท์ ร้อยละ 3.2 นิกายโรมันคาทอลิคร้อยละ 1.6

พระพุทธศาสนาที่ไต้หวัน

พระพุทธศาสนา ได้เข้าไปสู่เกาะไต้หวันเมื่อไรนั้น ยังไม่มีหลักฐานอะไรที่พอจะให้สันนิษฐานได้ ได้แต่สันนิษฐานเอาว่า ผู้นับถือพระพุทธศาสนาที่อพยพไปตั้งรกรากเดิมในไต้หวันนั้น เป็นผู้นำเข้าไป กล่าวคือ นับถือศาสนามาก่อนที่จะอพยพเข้าไป เมื่อมีผู้คนมากขึ้นก็มีวัดมีพระสงฆ์ และมีการติดต่อกับแผ่นดินใหญ่จีนโดยลำดับในภายหลัง ทั้งนี้เพราะปรากฏว่าในปี พ.ศ. ๒๒๐๔ วีรบุรุษเกาะไต้หวันชื่อโกซินกา เป็นชื่อที่ชาวตะวันตกเรียก แต่ชาวจีนเรียกว่า เช็ง เช่ง กง ได้ขับไล่พวกดัชที่ปกครองเกาะไต้หวันออกไป เวลานั้นพระพุทธศาสนาได้ตั้งมั่นอยู่บนเกาะนี้แล้ว ต่อมาอีก ๑๐๐ ปีเศษ คือ พ.ศ.๒๔๓๘

 

เกาะไต้หวันก็ตกอยู่ในการปกครองของประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา ๕๐ ปี เกี่ยวกับการนับถือศาสนามีข้อยุ่งยากเพียงเล็กน้อย อันเนื่องมาจากการเมือง แต่ทั้งชาวญี่ปุ่นที่อพยพเข้าไปและชาวจีนพื้นเมืองต่างก็นับถือพระพุทธศาสนาอยู่แล้วเป็นพื้น ข้อยุ่งยากเกี่ยวกับศาสนาก็เพียงญี่ปุ่นพยายามจะใช้ชาวเกาะนับถือศาสนาชินโต เพื่อล้างความเป็นจีนให้เป็นญี่ปุ่นเท่านั้น เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม พ.ศ. ๒๔๘๘ เกาะไต้หวันก็ตกเป็นของจีนตามเดิม เนื่องจากรัฐบาลจีนแพ้แก่คอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา เกาะไต้หวันกลายเป็นที่ตั้งของรัฐบาลแทนที่จะเป็นจังหวัดหนึ่ง

วัฒนธรรมไต้หวัน

ไต้หวันเป็นภาษาจีน เดิมชื่อ ฟอร์โมซา เป็นภาษาโปตุเกส แต่ก่อนไต้หวันอยู่ในความ ปกครองของจีน เริ่มมีชาวจีนจากกวางตุ้ง และฟูเรียน อพยพเข้ามาอยู่ตามบริเวณฝั่ง ต่อมาก็มี ชาวตะวันตกเข้ามา เช่น ชาวโปตุเกส ดัทช์ สเปน ต่อมาชาวดัทช์กับชาวสเปนเกิดสงครามแย่งชิง ดินแดนกัน ชาวสเปนแพ้จึงยกทัพหนีไป ชาวดัทช์ หรือฮอลันดาก็ยึดครองเกาะไต้หวัน ประมาณ 38 ปี

 

ต่อมาประเทศจีนเกิดสู้รบกันระหว่างราชวงค์หมิงและราชวงค์แมนจู กษัตริย์ราชวงค์หมิง กลัวราชวงค์แมนจูจะยึดแผ่นดินจีน จึงนึกถึงเกาะไต้หวัน จึงส่งกองทัพไปยึดเกาะไต้หวันคืนจาก ชาวดัทช์ได้ ต่อมาญี่ปุ่นได้ยึดเกาะไต้หวันได้อีก เนื่องจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเกาะ ไต้หวันมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่ชาวไต้หวันจึงรับเอาวัฒนธรรมจากชาวจีนและญี่ปุ่นบ้าง และเจ้า ของเดิมซึ่งมีทั้งชาวเล และชนเผ่าเกาซาน ซึ่งมีเชื้อสายพวกฮั่นเก่า มีการสักบนใบหน้าบางเผ่าก็ แต่งกายประดับประดางดงาม นิยมแบบอย่างชาวจีน ส่วนใหญ่สตรี สวมชุดกี่เพ้า คือ สวมเสื้อป้า ยอก คอตั้งและกระโปรงจะผ่ามาเหนือเข่าทั้ง 2 ข้าง ปัจจุบันจะแต่งกายตามชุดสากลนิยมแล้วเพื่อ ความสะดวก