แหล่งท่องเที่ยวสิงคโปร์


เมอร์ไลออน (Merlion)

        เมอร์ไลออน(จีน: 鱼尾狮; พินอิน: Yúwěishī หยูเหว่ยซือ; มาเลย์: Singa-Laut ซีงาลาอุต) ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board - STB) ในปี 1964 – รูปปั้นนี้มีหัวเป็นสิงโต ร่างเป็นปลา ยืนอยู่บนยอดคลื่น ต่อมาไม่นานทั่วโลกก็ถือกันว่าสิงโตทะเลตัวนี้คือเครื่องหมายประจำชาติสิงคโปร์

แต่เดิมรูปปั้นนี้ตั้งอยู่ที่สวนสิงโตทะเล (Merlion Park) ข้างสะพานเอสพลาเนด (Esplanade Bridge) แม่สิงโตและลูกสิงโตได้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว มีการจัดพิธีติดตั้งสิงโตทะเลในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1972 โดยมีประธานในพิธีคือนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ณ เวลาดังกล่าว ซึ่งก็คือ นายลี กวน ยู

ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)

    ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) คือ  เป็นถนนของบรรดาขาช้อปทั้งหลาย ทั้งร้านรวง ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารมากมาย ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับใครที่ต้องการเริงร่ายามราตรีก็มาที่ถนนออร์ชาร์ดแห่งนี้ได้เช่นกัน เพราะตอนกลางคืนจะมีไนต์คลับและคาเฟ่หลายแห่ง รวมถึงโรงแรมต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้ ถนนออร์ชาร์ดยังเป็นอีกที่หนึ่งซึ่งเหมาะแก่การมาฉลองปีใหม่ เพราะตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสเป็นต้นไปที่นี่จะถูกประดับประดาด้วยไฟและทำขนมปังขิงรูปบ้าน ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์วันคริสต์มาสของสิงคโปร์เลย และอีกความสำคัญของถนนสายนี้ คือ เป็นที่ตั้งของ The Istana หรือที่พักของประธานาธิบดีสิงคโปร์นั่นเอง

ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studio Singapore)

       สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสโลกแห่งภาพยนตร์และสนุกกับเครื่องเล่นใหม่เอี่ยมสุดมันส์ รวมทั้งชมโชว์ที่จะมอบความประทับใจแก่ผู้ชมทุกเพศทุกวัย จากเครื่องเล่นแสนสนุกสำหรับคุณหนูไปจนถึงเครื่องเล่นสุดตื่นเต้นสำหรับวัยทีนและผู้ใหญ่ ให้คุณสัมผัสประสบการณ์เครื่องเล่นล้ำยุค โชว์สุดอลังการ และจุดท่องเที่ยวที่สร้างจากภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์สุดฮิตและละครทีวีที่ท่านโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น ทรานฟอร์มเมอร์ มั่มมี่ และอีกต่างๆมากไป

รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า (Resorts World Sentosa)

          รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า (Resorts World Sentosa) ถือเป็นจุดหมายหลักของหลายคนที่มาสิงคโปร์ นอกจากวิวโดยรอบจะสวยงามเพราะอยู่ท่ามกลางสายน้ำแล้ว รีสอร์ทแห่งนี้ยังถือเป็นเกาะมหาสนุกของทุกคนเลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจากจะมีโรงแรม ร้านอาหาร กาสิโนแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ Universal Studios Singapore ที่มีทั้งเครื่องเล่นมากมายให้คุณเล่นกันแบบเพลิน ๆ รวมทั้งถ่ายรูปคู่ตัวละครจากภาพยนตร์ชื่อดังอีกด้วย และที่พลาดไม่ได้เลย คือ Marine Life Park หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้คุณได้มองเห็นสัตว์น้ำนานาชนิดผ่านกระจกใส บอกเลยว่าสถานที่แห่งนี้ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยทีเดียว

ท่าเรือคลาร์ก (Clarke Quay)

          ท่าเรือคลาร์ก (Clarke Quay) คือ ท่าเรืออันเก่าแก่ของสิงคโปร์ที่ยังคงใช้เป็นที่ขนส่งสินค้าทางน้ำกันจนถึงทุกวันนี้ เนื่องด้วยท่าเรือคลาร์กนั้นตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำของสิงคโปร์นั่นเองค่ะ และด้วยความเก่าบวกความเก๋าแบบนี้ ท่าเรือคลาร์กจึงถือเป็นสถานที่สุดคลาสสิกของผู้มาเยือน ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมากทีเดียว และนอกจากความสวยงามของสายน้ำแล้ว ทางด้านสิ่งปลูกสร้างก็เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรปและเอเชียด้วย ยิ่งตอนกลางคืนหากได้มาเดินเลียบ ๆ เคียง ๆ สัมผัสลมเย็น ๆ ริมน้ำ รวมทั้งชมแสงสีของร้านอาหารและแสงไฟจากสิ่งปลูกสร้างด้วยแล้ว โรแมนติกสุด ๆ ไปเลย

การ์เด้น บาย เดอะ เบย์ (Garden by the bay)

         การ์เด้น บาย เดอะ เบย์ (Garden by the bay) จะเพิ่งบริการได้ไม่นาน แต่ก็ถูกจัดเป็นสถานที่ยอดฮิตของสิงคโปร์อย่างรวดเร็ว ด้วยความร่มรื่นของแมกไม้ที่ผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว การเดินทางก็สะดวกเนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมืองของสิงคโปร์ นี่จึงเป็นที่ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดย การ์เด้น บาย เดอะ เบย์ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ Bay Central ส่วนนี้จะอยู่ริมน้ำซึ่งมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังอีกสองส่วนได้ ส่วนที่สอง คือ Bay East ที่ซึ่งมีพันธุ์ไม้นานาชนิด และ Bay South ส่วนที่ใหญ่ที่สุด และไฮไลท์ของส่วนนี้ คือ ต้นไม้ขนาดยักษ์ ที่นอกจากจะให้ความร่มรื่นในเวลากลางวันแล้ว ยามค่ำคืนยังมีโชว์ Rhythm with nature ชมแสงสีจากต้นไม้แบบตื่นตาตื่นใจ ราวกับพวกมันกำลังรวมตัวกันเริงระบำอย่างไรอย่างนั้นเลย

วัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple)

          วัดจำนวนมากในประเทศสิงคโปร์ถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อที่แตกต่างกันไป จึงมีการเสนอว่าควรสร้างวัดสำหรับชาวพุทธในสิงคโปร์อย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของวัด พระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple) ซึ่งตั้งอยู่ย่านไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์ โดยนอกจากชาวพุทธแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกแวะเวียนมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างพระพุทธรูปและพระทนต์ของพระพุทธเจ้า ด้านสถาปัตยกรรมก็ได้แรงบันดาลใจมากจากสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถัง และภายในยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุทางด้านพระพุทธศาสนาด้วย

ชิงช้าสวรรค์ (Singapore Flyer)

          ชิงช้าสวรรค์ Singapore Flyer เปิดตัวใน ปี ค.ศ. 2008 ด้วยความสูงกว่า 165 เมตร จึงถูกจัดอันดับว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก ก่อนที่ในปี ค.ศ. 2014 จะถูกโค่นแชมป์ด้วย High Roller จากลาสเวกัส แต่อย่างไรก็ตาม นี่ยังคงเป็นชิงช้าสวรรค์ที่นักท่องเที่ยวอยากจะขึ้นไปชมวิวสวย ๆ ของเกาะสิงคโปร์แบบ 360 องศา  การได้ขึ้นไปชมตึกสูงระฟ้า น้ำใสทะเลใส ๆ ของอ่าวมารีน่า รวมทั้งต้นไม้อันเขียวขจี ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจไม่น้อยเลย โดยในแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ให้ได้ชมทัศนียภาพของสิงคโปร์กันแบบเต็มอิ่มไปเลย

ไนท์ ซาฟารี (Night Safari)

          ไนท์ ซาฟารี (Night Safari) เปิดบริการเมื่อปี ค.ศ. 1984 นับเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ที่สถานที่แห่งนี้ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าล้านคนต่อปี โดยคุณจะสนุกไปกับการนั่งรถรางหรือเดินชมสัตว์นานาชนิดจากโซนต่าง ๆ รวมทั้งศึกษาพฤติกรรมและความเป็นอยู่ของพวกมันไปในตัว นอกจากนี้ คุณยังจะได้เรียนรู้การผสมพันธุ์ของสัตว์ชนิดต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่ด้วย ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจไม่น้อย ขอบอกเลยว่าหากคุณย่างก้าวเข้าไปแล้ว คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นการใช้ชีวิตในป่า ร้านขายของต่างๆช่างน่าแปลกประหลาดใจ แต่ก็น่าค้นหา