แหล่งท่องเที่ยวของอิตาลี


กรุงโรม

เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการมากมายอย่างสนามกีฬาโคลอสเซียม (The Colosseum) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน วิหารแพนธีออน (Pantheon) น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) สุดยอดผลงานออกแบบน้ำพุชื่อก้องโลกบันไดสเปน (Spanish Steps) อนุสรณ์สถานโรมันฟอรัม (Roman Forum) จตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) ปราสาทซานแองเจโล (Castel Sant'Angelo) อนุสาวรีย์กษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (National Monument to Victor Emmanuel II) รับรองว่า มาเที่ยวโรม คุณจะได้เต็มอิ่มไปกับความมหัศจรรย์ของอาณาจักรโรมันอย่างแน่นอน

เมืองมิลาน (Milan)

เมืองแห่งแฟชั่นของโลก สวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง ทีมฟุตบอลชั้นนำของยุโรป ละครโอเปร่าระดับโลก และสีสันยามค่ำคืน มิลานมีทุกอย่างครบครัน แหล่งท่องเที่ยวประจำเมืองแห่งนี้ที่ต้องมาเยือนสักครั้ง เช่น มหาวิหารดูโอโมแห่งมิลาน (Duomo di Milano) โรงอุปรากรระดับโลก ลา สกาลา (La Scala) ศูนย์การค้าสุดหรู แกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele) และที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบจิตรกรรมฝาผนัง คือภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) ซึ่งวาดขึ้นโดยลีโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) คุณสามารถชมนี้ได้ที่โบสถ์ซานตามาเรีย เดลเลกราเซีย(Santa Maria delle Grazie)

เมืองเวนิส (Venice)

เมืองท่องเที่ยวสุดแสนโรแมนติกที่ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ กว่าร้อยเกาะ โอบล้อมด้วยคลองและทะเล และดึงดูดนักท่องท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะคู่รักที่ต้องการมาสวีทหรือฮันนีมูน วิธียอดฮิตในการชมทัศนียภาพอันสวยงามและสัมผัสบรรยากาศโรแมนซ์ของเมืองร้อยเกาะนี้คือ การนั่งเรือกอนโดลา (Gondola) ล่องไปในคลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) และอย่าลืมแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ด้วย

เมืองปิซ่า (Pisa)

เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงจากสิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมโลกยุคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมถึงสถานที่สำคัญอื่นๆ มากมายที่อยู่ใกล้เคียง อาทิ หอศีลจุ่ม (Baptistery) เป็นโดมขนาดใหญ่ตามแบบสถาปัตยกรรมโรมัน โบสถ์แห่งเมืองปิซ่า (Cathedral of Pisa) สุสานโรมัน (Monumental Cemetery) รวมไปถึงจตุรัสคาวาเลียรี (Piazza dei Cavalieri) ที่เป็นศูนย์รวมของตึกโบราณ และพิพิธภัณฑ์ซาน แมททีโอ (Museo di San Matteo) เป็นต้น

เมืองฟลอเรนซ์ (Florence)

ศูนย์กลางแห่งศิลปะวัฒธรรมและสถาปัตยกรรมของยุโรปในยุคกลาง ซึ่งได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1982 มีสถานที่ท่องเที่ยวเพียบเกี่ยวกับโบราณสถานและบุคคลสำคัญของโลกที่คุณควรไปเยือนได้แก่ โบสถ์ซานตาโครเช (Santa Croce) ซึ่งเป็นที่ฝังศพของกาลิเลโอ (Galileo) และไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) จตุรัสซินญอเรีย ( ) จตุรัสไมเคิลแองเจโล (Piazzale Michelangelo) โบสถ์ซานตามาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria del Fiore) หอคอยจิอ็อตโต (Giotto's Tower) พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซิ (Galleria degli Uffizi)

เมืองเซียนา (Siena)

เมืองเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงจากการแข่งม้าโบราณ (Il Palio) ซึ่งจัดการแข่งขันทุกปี รวมถึงสถาปัตยกรรมจากยุคกลางที่สวยงามดูมีมนต์ขลัง หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวชมเมืองโบราณสวยๆ และมีกลิ่นอายยุคกลางล่ะก็ ที่เซียน่ามีให้คุณแน่ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมือง อาทิ จตุรัสแคมโป (Piazza del Campo) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งม้า ศาลากลาง (Palazzo Pubblico) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี วิหารดูโอโม (Duomo) พระราชวังปิกโกโลมินี (Picolomini Palace)

เมืองเนเปิลส์ (Naples)

ชื่อของสถานที่นี้แปลว่าดินแดนทั้งห้า (The Five Lands) ซึ่งก็หมายถึงหมู่บ้านโบราณทั้งห้าที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาตามแนวชายฝั่งทะเล อันได้แก่ ริออมาจัวเร (Riomaggiore) มานารอลา (Manarola) เวอร์นาซซา (Vernazza) โมนเตรอสโซ (Monterosso) และคอร์นิเกลีย (Corniglia) สถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวนอุทยานแห่งชาติชิงเกวแตร์เร (Cinque Terre National Park) และได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสความงามของสถาปัตยกรรมอันสวยงามของทั้งห้าหมู่บ้าน เทือกเขาและทะเล รวมไปถึงความงามของธรรมชาติอื่นๆ นักท่องเที่ยวที่สุขภาพแข็งแรงดีส่วนใหญ่นิยมค่อยๆ เดินเที่ยวจากหมู่บ้านที่หนึ่งไปจนถึงหมู่บ้านที่ห้า หรือไม่ก็สามารถนั่งรถไฟเที่ยวก็ได้เช่นกัน เพราะมีทางรถไฟเชื่อมต่อถึงกันทั้งห้าหมู่บ้าน