แหล่งท่องเที่ยวรัฐบอลติก


สุสานไม้กางเขน Hill of Crosses

เรียกว่าที่นี่มีความโดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะสุสานไม้กางเขนนับแสนชิ้นที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ที่อยู่ระหว่างเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองชัวเลย์ ซึ่งสุสานไม้กางเขน Hill of Crosses เป็นสถานที่ที่แสดงถึงความเชื่อของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่มีมายาวนานนับตั้งแต่ช่วงยุคสงคราม และในปัจจุบันก็ยังมีคนนำมาทิ้งไว้อย่างต่อเนื่อง

เมืองทราไค Trakai

Trakaiเมืองเก่าแก่ที่มีประชากรจากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็น ลิทัวเนี่ยน,รัสเซียน ,ทาทาร์, จิวซ์ และโปลซ์ Trakai เป็นเมืองพักตากอากาศติดริมทะเลสาบที่มีความสวยงาม ซึ่งหน้าร้อนของลิทัวเนีย จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนและสัมผัสกับบรรยากาศของทะเลกันมากมาย ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม อีกเมืองหนึ่งของประเทศลิทัวเนียอีกด้วย เพราะที่นี่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบมากกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะทะเลสาบ Galve ทะเลสาบที่มีความลึกที่สุด และยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์ของเมืองทราไคอีกด้วย 

St.Peter's Church โบสถ์เซนต์ปีเตอร์

โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ St.Peter's Church ในอดีตโบสถ์นี้มีชื่อว่า โบสถ์พ่อค้า เป็นหนึ่งในโบสถ์กอธิกที่สำคัญ และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองริก้า ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ สำหรับจัดประชุมของเหล่าพ่อค้าในยุคนั้น โบสถ์เซนต์ปีเตอร์เป็นโบสถ์แบบกอธิก แต่เมื่อมีการเปลี่ยนิกายจากคาทอลิกมาเป็นแบบลูเธอรัน โบสถ์แห่งนี้จึงเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์สไตล์บาร็อกแทน

ยูรมาลา Jurmala

Jurmala ในภาษาลัตเวียแปลว่า “ ชายทะเล ” อยู่ห่างจากกรุงริก้าเพียง 20 กม. เป็นที่ตั้งของเมืองตากอากาศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในรัฐบอลติก อดีตยูรมาลาเป็นเมืองชาย ทะเลและเป็นหมู่บ้านชาวประมง แต่ในปัจจุบันผันตัวเองไปสู่การเป็นเมืองตากอากาศในระดับนานาชาติ   ด้วยหาดทรายขาวตลอดแนวกว่า 32 กม. น้ำใสสะอาด ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัย จึงทำให้ได้รับมาตรฐานธงฟ้า อันเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพของชาย หาดในระดับสากล

กรุงทาลลินน์

กรุงทาลลินน์ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนต่างก็พากันหลงเสน่ห์ของเมืองท่าเก่าแก่ โดยเฉพาะบริเวณย่านเมืองเก่าของทาลลินน์ ที่เต็มไปด้วยอาคารและมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาว เอสโตเนีย ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบมาเริ่มต้นกันที่ สอเมืองเก่าอย่าง Lower Town และ Toompea ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้วิธีการเดิน หรือ ขี่จักรยานชมไปรอบเมือง เพื่อทำการชมซากปรักหักพังและร่องรอยสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ ศตวรรษที่ 18-19

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง

Rocca-al-Mare หรือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีการจัดแสดงกังหันลมแบบโบราณ ของวิหาร Sutlepa และอาคาร Kolu tavern และยังสามารถเที่ยวชมความงดงามของ ปราสาท Toompea Castle ที่มีความโดดเด่นด้วยการตกแต่งทาสีชมพูสดใส โดยสร้างมาตั้งแต่ตอนต้นของศตวรรษที่ 13 ตัว แต่ปัจจุบันกลายเป็นตึกทำการรัฐสภาไปแล้ว

พระราชวัง PalaceKadriorg 

พระราชวัง Kadriorg Palace และสวนสไตล์อังกฤษ ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของพระเจ้าปีเตอร์ มหาราช ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1718 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ KUMU ซึ่งที่นี่ใช้ในการแสดงแกลเลอรี่ศิลปะ

โบสถ์อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้

โบสถ์ใหญ่ที่มียอดโดมใหญ่ที่สุดในเมืองทาลลินน์  เป็นโบสถ์คริสต์ออร์โธด็อกซ์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1900 ในช่วงที่เอสโตเนียเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิซาร์แห่งรัสเซีย สถาปนิก  ผู้ออกแบบโบสถ์แห่งนี้ก็คือ Mikhail Preobrazhenski จากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก     สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ cheap replica watches for men ยาโรสลาวิทซ์ เนฟสกี้ ด้านบนของโบสถ์มีหอระฆังใหญ่  มีระฆัง 11 อัน รวมถึงอันที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซึ่งมีน้ำหนักถึง 15 ตัน

ปาร์นู

เป็นเมืองท่า  ทางทะเลของ ประเทศเอสโตเนีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ บนอ่าวปาร์นู เป็นสถานที่ได้รับความนิยมท่องเที่ยวในฤดูร้อน มีรีสอร์ตและโรงแรม ร้านอาหาร  และชายหาด หลายแห่ง  ตั้งเป็นเมืองราวปี ค.ศ. 1251 โปแลนด์ได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1561 ต่อจากนั้นสวีเดนได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1629 และรัสเซียเข้ายึดครองระหว่าง ค.ศ. 1710-1918 บ้านไม้แบบ Wooden House เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเอสโทเนีย

Alexander Nevsky Cathedral

เป็นโบสถ์สไตล์รัสเซียออร์โธดอกซ์ ตั้งอยู่บนเนินเขา Toompea   คนส่วนมากที่มาโบสถ์จะเป็นคนรัสเซีย เพราะคนเอสโตเนียนส่วนใหญ่จะไม่นับถือศาสนา

Vabaduse Väljak หรือ Freedom Square

เป็นอนุสาวรีย์ที่แสดงให้เห็นถึงการได้รับอิสรภาพของเอสโตเนียจากสหภาพโซเวียต ด้านหลังของอนุสาวรีย์จะมีบันไดเดินขึ้นเนินเล็ก ๆ ไปยังด้านหลัง