แนะนำประเทศออสเตรเลีย


ประเทศออสเตรเลีย

เครือรัฐออสเตรเลีย (อังกฤษ: Commonwealth of Australia) เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของออสเตรเลียประกอบด้วย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู และนิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้
ชื่อออสเตรเลีย มาจากคำในภาษาละติน ว่า australis ซึ่งหมายถึงทิศใต้ โดยมีตำนานถึง “ดินแดนทางใต้ที่ไม่รู้จัก” (ละติน: terra australis incognita) ชาวยุโรปเริ่มสำรวจค้นพบออสเตรเลียในพุทธศตวรรษที่ 22 และต่อมาจึงกลายเป็นดินแดนอาณานิคมของบริเตน โดยเริ่มต้นเป็นอาณานิคมนักโทษในนิวเซาท์เวลส์ และจึงมีการตั้งอาณานิคมขึ้นอีกห้าแห่ง อาณานิคมทั้งหกรวมตัวเป็นสหพันธรัฐในปีพ.ศ. 2444 ออสเตรเลียมีชนพื้นเมืองซึ่งอาศัยตั้งแต่ก่อนชาวยุโรปเข้ามา เรียกว่าชาวอะบอริจิน

ภูมิศาสตร์

ออสเตรเลียมีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปร้อยละ 65 เป็นที่ราบสูง และตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและทุรกันดาร และมีขนาดทะเลทรายรวมกันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา ชาวออสเตรเลียเรียกดินแดนที่แห้งแล้งและทุรกันดารนี้ว่า “เอาต์แบ็ก” ประชากรออสเตรเลียส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกหลังเทือกเขาเกรตดิไวดิง ซึ่งแบ่งแยกชายฝั่งตะวันออกกับเขตเอาต์แบ็ก มีแม่น้ำสายสำคัญ ๆ อยู่ทางภูมิภาคตะวันออก ได้แก่ แม่น้ำดาร์ลิง แม่น้ำเมอร์เรย์ ส่วนตอนกลางของประเทศที่เรียกว่า “เขตเซนทรัลโลว์แลนด์” เป็นเขตแห้งแล้งที่สุด แม่น้ำลำธารต่าง ๆ อาจแห้งสนิทเป็นเวลาหลายปี เนื่องจาก ทวีป ออสเตรเลียมีสภาพเป็นเกาะทำให้ มีสิ่งมีชวิตที่มีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง เนื่องจากสิ่งมีชีวิตพวกนี้ได้มีวิวัฒนาการเป็นอิสระจากสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง เช่น จิงโจ้

ประวัติศาสตร์

ลักษณะภูมิประเทศของประเทศออสเตรเลีย แบ่งเป็น 3 เขต ดังนี้
1. เขตเทือกเขาสูงภาคตะวันออก มีแนวเทือกเขาเกรตดิไวดิง (Great Dividing Range) ขนานกับชายฝั่งด้านตะวันออกของทวีป มีความยาวนับหมื่นๆกิโลเมตร ส่วนชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวปะการังขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชื่อ เกรต แบริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef)
2. เขตที่ราบสูงและทะเลทรายภาคตะวันตก มีพื้นที่ครอบคลุมเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ
-พื้นที่ตอนบนของภาคเป็นเขตที่ราบสูง เช่น ที่ราบสูงคิมเบอร์ลีย์ (Kimberley)
-พื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของภาคเป็นทะเลทรายกว้างขวางหลายแห่ง เช่น ทะเลทรายเกรตวิกตอเรีย (Great Victoria) และทะเลทรายเกรตแซนดี (Great Sandy) เป็นต้น
3. เขตที่ราบภาคกลาง มีลักษณะเป็นที่ราบต่ำและที่ราบลุ่มแม่น้ำบริเวณภาคกลางของทวีป มีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศ ได้แก่
– ที่ราบรอบอ่าวคาร์เปนตาเรีย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์
– ที่ราบรอบทะเลสาบแอร์ ทะเลสาบน้ำเค็มเป็นแอ่งแผ่นดินที่แห้งแล้งมาก
– ที่ราบลุ่มแม่น้ำเมอร์เรย์ – ดาร์ลิง เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญทาง ด้านการชลประทานมากที่สุด มี ต้นน้ำจากเทือกเขาเกรตดิไวดิง ที่ราบเขตนี้ อุดมสมบูรณ์ เป็นเขตเกษตรกรรมที่สำคัญ
– ที่ราบนัลลาบอร์ ชายฝั่งอ่าวเกรตออสเตรเลียนไบต์ เป็นที่ราบหินปูน แห้งแล้งกันดารมาก
นอกจากนี้ออสเตรเลียเป็นดินแดนที่ถูกตัดขาดจากทวีปอื่น โดยมีอ่าวอันกว้างใหญ่คือเกรตออสเตรเลียนไบต์อยู่ทางใต้ของเกาะ ทะเล และมหาสมุทรกั้น จึงมีพืช และสัตว์หลายชนิดที่ไม่พบในทวีปอื่นๆ ได้แก่สัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง สำหรับไว้ใส่ตัวอ่อน เช่น จิงโจ้ และสัตว์ที่ออกไข่ แต่เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ตุ่นปากเป็ด เป็นต้น

การเมืองการปกครอง

การปกครองตนเอง
ออสเตรเลียประกาศใช้บทกฎหมายเวสต์มินสเตอร์ ค.ศ. 1931 (พ.ศ. 2474) ในปีพ.ศ. 2485 โดยมีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่ 3 กันยายน พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นการยุติบทบาทนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรในออสเตรเลียเกือบทั้งหมด ในสงครามโลกครั้งที่สอง ออสเตรเลียประกาศสงครามกับเยอรมนีพร้อมกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส หลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ออสเตรเลียส่งทหารเข้าร่วมสมรภูมิในยุโรป เมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกาเหนือ แผ่นดินออสเตรเลียโดนโจมตีโดยตรงครั้งแรกจากการเข้าตีโฉบฉวยทางอากาศของญี่ปุ่นที่ดาร์วิน ออสเตรเลียยุตินโยบายออสเตรเลียขาว โดยดำเนินการขั้นสุดท้ายในปีพ.ศ. 2516 พระราชบัญญัติออสเตรเลีย ค.ศ. 1986(พ.ศ. 2529) ยกเลิกบทบาทของสหราชอาณาจักรในอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการของออสเตรเลียโดยสิ้นเชิง ในปีพ.ศ. 2542 ออสเตรเลียจัดการลงประชามติ ว่าจะให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีแต่งตั้งจากรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งคะแนนเสียงเกือบ 55% ลงคะแนนปฏิเสธ

ออสเตรเลียมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีรูปแบบรัฐบาลเป็นสหพันธรัฐ และระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประมุขแห่งรัฐของออสเตรเลียคือสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งพระองค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 พระอิสริยยศในออสเตรเลียคือ Elizabeth the Second, by the Grace of God Queen of Australia and Her other Realms and Territories, Head of the Commonwealth
ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นผู้แทนพระองค์ในออสเตรเลียของพระประมุขซึ่งประทับอยู่ในสหราชอาณาจักร รัฐธรรมนูญของออสเตรเลียระบุว่า “อำนาจบริหารเป็นของสมเด็จพระราชินี และทรงใช้อำนาจนั้นผ่านผู้สำเร็จราชการในฐานะผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชินี” อำนาจของผู้สำเร็จราชการนั้นรวมถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีและผู้พิพากษา การยุบสภา และการลงนามบังคับใช้กฎหมาย ผู้สำเร็จราชการคนปัจจุบันคือพลตรีไมเคิล เจฟเฟอรี ผู้สำเร็จราชการยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย ในทางธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ผู้สำเร็จราชการจะใช้อำนาจตามคำแนะนำของรัฐมนตรี สภาบริหารสหพันธรัฐ (Federal Executive Council) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้สำเร็จราชการ โดยมีผู้สำเร็จราชการเป็นประธานการประชุม และรัฐมนตรีทุกคนมีสมาชิกภาพตลอดชีพ แต่ในทางปฏิบัติจะเรียกประชุมเฉพาะรัฐมนตรีคณะปัจจุบัน[19] รัฐบาลจะมาจากพรรคที่ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ประชากร

จากการทำสำมะโนประชากร (Census) ครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2557 ประเทศออสเตรเลียมีประชากรทั้งสิ้น 23,581,029 คน เพิ่มขึ้นจากการสำมะโนประชากรในปี พ.ศ. 2554 ประมาณร้อยละ 9.6 โดยสามารถแบ่งที่มาของประชากรได้ดังนี้

1.ชนพื้นเมืองดั้งเดิม ได้แก่ ชาวอะบอริจิน และชาวเกาะทอร์เรสเทรต
2.ผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากชาวอังกฤษ เข้ามาในช่วงอาณานิคม โดยมาตั้งถิ่นฐานใน ค.ศ.1700
3.ชาวยุโรปและชนชาติอื่นๆ ที่อพยพมาในช่วงที่ออสเตรเลียเป็นรัฐอาณานิคม และช่วงที่มีการก่อตั้งสหพันธรัฐใน พ.ศ. 2444 (ค.ศ.1901)
4.ประชากรที่ย้ายถิ่นฐานมาจากทวีปเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายเปิดรับผู้ลี้ภัย/ผู้อพยพย้ายถิ่น ถือว่าเป็นนโยบายที่เปิดกว้าง ไม่มีแนวคิดของการเหยียดเชื้อชาติ วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งจากนโยบายนี้ทำให้ออสเตรเลียเปิดต้อนรับผู้อพยพมากถึง 6.6 ล้านคน ซึ่งรวมไปถึงผู้ลี้ภัยที่มีจำนวนมากกว่า 690,000 คน และทำให้ทุกปีออสเตรเลียจะต้อนรับผู้ที่ย้ายถิ่นเข้ามาประมาณปีละ 13,000 คน

ปัจจุบันประชาชนจำนวน 1 ใน 4 เป็นประชากรที่มีเกิดในประเทศอื่น โดยใน 40 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงประเทศต้นทางของประชากรที่ต้องการจะเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โดยในปี ค.ศ.1960 ร้อยละ 45 เป็นคนที่เกิดในประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.2006-07 เป็นต้นมาจำนวนประชากรส่วนใหญ่ที่ย้ายถิ่นเข้ามาพำนักในออสเตรเลียจะมาจากประเทศจีน ประเทศในทวีปแอฟริกา และประเทศในตะวันออกกลาง

ข้อมูลจากการสำรวจลักษณะทางประชากรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2557 ระบุว่า ออสเตรเลียมีประชากรเพศหญิงมากกว่าเพศชายเพียงเล็กน้อย โดยมีประชากรหญิง ร้อยละ 50.2 และประชากรชาย ร้อยละ 49.8 ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ (ประมาณ 13 ล้านคน) รองลงมาคือศาสนาพุทธ (ประมาณ 400,000 คน) อิสลาม (ประมาณ 340,000 คน) ฮินดู (ประมาณ 148,000 คน) และยิว (ประมาณ 80,000 คน)

ออสเตรเลียมีปัญหาด้านประชากรเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ที่พัฒนาแล้ว กล่าวคือ ต้องเผชิญกับประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากที่เกษียณแล้ว ในขณะที่มีคนในวัยทำงานน้อยกว่า อันเนื่องมาจากอัตราการเกิดต่ำและผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 55-64 ปีเพิ่มมากขึ้น จากร้อยละ 9 ในปี พ.ศ. 2544 เป็นประมาณร้อยละ 11.4 ในปี พ.ศ. 2557

แม้ว่าชาวออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ แต่ขณะเดียวกัน ชาวออสเตรเลียมีภาษาพูดและภาษาถิ่นอื่น ๆ ประมาณ 200 ภาษา รวมทั้งภาษาของคนพื้นเมืองอีก 45 ภาษา ในการสำรวจประชากรในปีพ.ศ. 2549 พบว่า ประชากรร้อยละ 79 พูดภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียวขณะอยู่ที่บ้าน ส่วนประชากรอีกกลุ่มหนึ่งใช้ภาษาอื่น ๆ ในบ้านด้วย โดยภาษาอื่นๆ ที่มักพูดในบ้าน ได้แก่ ภาษาอิตาเลี่ยน ภาษากรีก ภาษาจีนกวางตุ้ง ภาษาอราบิก และภาษาจีนกลาง

ประชากรออสเตรเลียส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมือง โดยมากกว่าร้อยละ 80 อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนใต้ของทวีป อาทิ ซิดนีย์ นับเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด มีประชากรอาศัยอยู่ 4,757,083 คน ในพื้นที่ 1,771 ตารางกิโลเมตร หรือความหนาแน่นของประชากรเท่ากับ 2,686 คนต่อตารางกิโลเมตร ในทางตรงกันข้าม มลรัฐที่ใหญ่ที่สุดอย่างรัฐ เวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia) ทางด้านตะวันตก ซึ่งมีพื้นที่ถึง 2,529,875 ตารางกิโลเมตร กลับมีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่า 1 คนต่อตารางกิโลเมตร

ดอกไม้ประจำชาติของประเทศออสเตรเลีย

โกลเด้น วัทเทิ้ล (Golden Wattle) คือดอกไม้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบในออสเตรเลีย ตั้งแต่ปี 1912 ตราสัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลียมีรูปดอกไม้นี้อยู่ด้วย และในปี 1988 มีการประกาศให้ดอกไม้นี้เป็นดอกไม้ประจำชาติของออสเตรเลีย มีรูปดอกไม้นี้ใน เหรียญเงินและแสตมป์ของออสเตรเลียด้วย