สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

hd-j2

 
ภูมิภาคและจังหวัดในญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นถูกแบ่งออกเป็น 8 ภูมิภาค คือ ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido), ภูมิภาคโทโฮขุ (Tohoku), ภูมิภาคคันโต (Kanto), ภูมิภาคชูบุ (Chubu), ภูมิภาคคันไซหรือคิงขิ (Kinki), ภูมิภาคชิโคขุ (Shikoku), ภูมิภาคชูโงขุ (Chugoku), และ ภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ประกอบด้วยจังหวัดทั้งหมด 47 จังหวัดดังนี้
 

Print

 

ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido, 北海道) มี 1 จังหวัด
1. ฮอกไกโด (Hokkaido) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

ภูมิภาคโทโฮขุ (Tohoku, 東北) มี 6 จังหวัด
2. อาโอโมริ (Aomori) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
3. อิวาเตะ (Iwate) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
4. มิยางิ (Miyagi) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
5. อาคิตะ (Akita) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
6. ยามางาตะ (Yamagata) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
7. ฟุกุชิมะ (Fukushima) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

ภูมิภาคคันโต (Kanto, 関東) มี 7 จังหวัด
8. อิบารากิ (Ibaraki) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
9. โทชิงิ (Tochigi) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
10. กุนมะ (Gunma) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
11. ไซตามะ (Saitama) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
12. ชิบะ (Chiba) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
13. โตเกียว (Tokyo) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
14. คานางาวะ (Kanagawa) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

ภูมิภาคชูบุ (Chubu, 中部) มี 9 จังหวัด
15. นีงาตะ (Niigata) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
16. โทยามะ (Toyama) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
17. อิชิคาวะ (Ishikawa) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
18. ฟุกุอิ (Fukui) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
19. ยามานาชิ (Yamanashi) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
20. นางาโน่ (Nagano) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
21. กิฟุ (Gifu) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
22. ชิซุโอกะ (Shizuoka) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
23. ไอจิ (Aichi) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

ภูมิภาคคันไซหรือคิงกิ (Kinki, 関西) มี 7 จังหวัด
24. มิเอะ (Mie) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
25. ชิงะ (Shiga) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
26. เกียวโต (Kyoto) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
27. โอซาก้า (Osaka) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
28. เฮียวโงะ (Hyogo) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
29. นาระ (Nara) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
30. วาคายามะ (Wakayama) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku, 四国) มี 4 จังหวัด
31. คางาวะ (Kagawa) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
32. โทขุชิมะ (Tokushima) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
33. เอฮิเมะ (Ehime) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
34. โคจิ (Kochi) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

ภูมิภาคชูโงขุ (Chugoku, 中国) มี 5 จังหวัด
35. ทตโทริ (Tottori) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
36. ชิมาเนะ (Shimane) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
37. โอคายามะ (Okayama) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
38. ฮิโรชิมะ (Hiroshima) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
39. ยามางุจิ (Yamaguchi) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

ภูมิภาคคิวชู (Kyushu, 九州) มี 8 จังหวัด
40. ฟุกุโอกะ(Fukuoka) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
41. ซางะ (Saga) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
42. นางาซะกิ (Nagasaki) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
43. คุมาโมโตะ (Kumamoto) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
44. โออิตะ (Oita) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
45. มิยาซากิ (Miyazaki) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
46. คาโกชิมะ (Kagoshima) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ
47. โอกินาวะ (Okinawa) อ่านเพิ่มเติม ลิงค์ต่างประเทศ

 

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนาระ (Nara)

จังหวัดนะระ เป็นจังหวัดในประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ในภาคคันไซ มีเมืองหลวงจังหวัดในชื่อเดียวกันคือ นะระ ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 1,300 ปีก่อน ในเมืองนะระมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายอาทิ เช่น พระพุทธรูปไดบุตสึซึ่งเป็นพระพุทธหล่อองค์ใหญ่ที่สุดในโลก [ต้องการอ้างอิง]ถูกสร้างเมื่อ 1,200 ปีก่อน และยังมีวัดโฮริวจิ สิ่งก่อสร้างซึ่งทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก[ต้องการอ้างอิง] และยังได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีคริสต์ราช 1993 ถูกสร้างโดยโชโทกุไทฉิ

1.วัดโทไดจิ (Todaiji Temple)
วัดโทไดจิ หรือ Great Eastern Temple ตั้งอยู่ที่จังหวัดนาระสร้างขึ้นเมื่อปี คศ. 752 เเป็น1ในวัดที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์   สิ่งที่น่าสนใจของไทโดจิ จะมีเสาหลักอยู่ภายในวัดซึ่งแต่ละเสาจะมีรูที่ฐาน มีขนาดเท่ากันกับรูจมูกของพระพุทธรูป เล่าขานกันว่าถ้าผ่านช่องนี้จะแต่ความโชคดี  ประตูนันไดมง ทางเข้าวัดโทไดจิ จะมีประตูนันไดมง เป็นประตูไม้ยักษ์ที่ถูกรูปแกะสลักยักษ์เฝ้าประตูทางเข้าวัดอยู่ 2 ตนเป็นสัญลักษณ์ของ Nio Guardian Kings เป็นรูปปั้นที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นสมบัติของชาติร่วมกันกับประตูนันมง

2.วัดโคฟุกุจิ (Kofukuji Temple)
สร้างตั้งแต่ พ.ศ.1253 ถือเป็นวัดประจำตระกูลฟูจิวารา(Fujiwara)ที่ขึ้นครองอำนาจในกลางศตวรรษที่ 17  ยุคสมัยช่วง นาระ และ เฮย์อัน วัดมีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ภายในมากกว่า150 แห่งปัจจุบันเหลือเพียง 2หลัง คือ เจดีย์ 5 ชั้นที่สูงเป็นอันดับ  2 ของญี่ปุ่น สร้างในปี พ.ศ. 1969 ซึ่งสูงน้อยกว่าเจดีย์ 5 ชั้นที่วัดโทจิเมืองเกียวโต เพียงแค่ 7 เมตร ส่วนอีกเจดีย์ สูง 3 ชั้น เป็นของดั้งเดิมตั้งแต่แรก สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.1686Treasure House จะเป็นที่สะสมงานศิลปะที่สวยงามมากมาย อย่างเช่น รูปพระพุทธเก่า ส่วน The Eastern Golden Hall จะตั้งอยู่ข้างๆกัน ภายในจะพบกับรูปปั้นไม้ยักษ์ของพระพุทธเจ้ายาคุชิ

3.พิพิธภัณฑ์เมืองนาระ (Nara National Museum)
ตั้งอยู่ที่สวนนาระ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปะพระพุทธศาสนา พิพิธภัณฑ์นี่ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อน ซึ่งยังคงความเดิมของอาคารหลักไว้ และถูกเชื่อมด้วยอาคาร2ข้างเข้ากันกับอาคารหลักให้เป็นทางเดินใต้ดิน   ปีกอาคาร 2 ส่วนนี้ จะเป็นที่แสดงงานสะสม ประกอบไปด้วยรูปปั้นพระพุทรูป ภาพวาด คำภีร์และโบราณวัตถุส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น ส่วนที่ทำขึ้นใหม่นี้ยังเป็นที่จัดนิทรรศการ ประกอบไปด้วย ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีนิทรรศการประจำปีสมบัติของวัดโทไดจิ ตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ จะมีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ

nara1 nara2 nara3

สถานที่ท่องเที่ยวในฮิโรชิมา (Hiroshima)

ฮิโรชิมาเป็นเมืองหลักของภูมิภาคจูโงกุ เมืองแห่งนี้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถูกระเบิดนิวเคลียร์ตกเป็นลูกแลก จากนั้นหลังจากสงครามโลก เมืองแห่งนี้ได้ถูกบูรณะขึ้นมา และได้สร้างสถานที่สำคัญของฮิโรชิมาขึ้นมาใหม่ จนปัจจุบันกลายเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น

1.สวนสันติภาพ (Hiroshima’s Peace Memorial Park)
เป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของฮิโรชิมา ภายในสวนมี พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ ซึ่งมีทั้งหมด 2 ตึก กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรชิมา และเหตุการณ์ในช่วงที่ เกิดระเบิดนิวเคลียร์ในวัที่ 6 สิงหาคม นอกจากนี้ยังมี A-Bomb Dome ที่รู้จักกันในนามของอนุสาวรีย์สันติภาพ ฮิโรชิมา ซึ่งเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่ยังคงสภาพจากวันทีเกิดระเบิดนิวเคลียร์จนถึงปัจจุบัน

2.ปราสาทฮิโรชิมา (Hiroshima Castle)
เป็นปราสาทที่มีความสูงทั้งหมด 5 ชั้น ถูกล้อมรอบด้วยคูน้ำ ซึ่งปราสาทแห่งนี้นั้นเป็นปราสาทที่ถูกสร้างใหม่หลังจากผ่านช่วงสงคราม เป็นปราสาทไม้ตามฉบับปราสาทโดยทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น

3. สวนชุกเคเอ็น (Shukkeien Garden)
มีประวัติมายาวนานตั้งแต่ในปี 1620 โดยจะเป็นสวนในสไตล์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น ภายในสวนจะมีศาลาน้ำชาเป็นจำนวนมาก ซึ่งไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมความงามภายใน

4.Hiroshima Downtown
ในแถบตัวเมืองของฮิโรชิมา มีถนนสายหลักคือ ถนนฮอนโดริ (Hondori Street) ซึ่งเป็นถนนคนเดินที่ล้อมรอบไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย และมีถนนคู่ขนานอีกถนนหนึ่งชื่อว่า Aioi Street เป็นถนนสายหลักไว้สำหรับรถยนต์และรถรางวิ่ง ซึ่งถนนสายนี้จะมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ รวมถึง Hiroshima Baseball Stadium

hiroshima1 hiroshima2 hiroshima3

สถานที่ท่องเที่ยวในซัปโปโร (Sapporo)

Sapporo เป็นเมืองหลวงของฮอกไกโด และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศญี่ปุ่น โดยสิ่งที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้คือ ราเมน, เบียร์ และเทศกาลหิมะในเดือนกุมภาพันธ์

1.พิพิธภัณฑ์เบียร์ (Sapporo Beer Museum)
Sapporo Beer เป็น 1 ในยี่ห้อของเบียร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศ   และมีการผลิตตั้งแต่ในปี 1877 จนถึงปัจจุบันเพื่อออกไปขายทั่วโลก ซึ่งในพิพิธภัณฑ์จะมีการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของเบียร์ในประเทศญี่ปุ่นและกระบวนการผลิตเบียร์ นอกจากนี้ถัดจากพิพิธภัณฑ์จะเป็น Sapporo Beer Garden เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองเบียร์ไปพร้อมกับบาร์บีคิวแกะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่

2. หอนาฬิกา  (Tokeidai)
เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ในปี 1878 ปัจจุบันจะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับพิพิธภัณฑ์ซึ่งแสดงประวัติศาสตร์ของหอนาฬิกา และเมืองซัปโปโรในชั้นที่ 1

3.สวนโอโดริ (Odori Park)
เป็นสวนสาธารณะเกาะกลางถนน ซึ่งอยู่ใจกลางของเมืองซัปโปโร สวนแห่งนี้ถือว่าเป็นรอยแบ่งของด้านเหนือและด้านใต้ของเมืองซัปโปโร ทางด้านปลายสุดฝั่งตะวันออกของสวนสาธารณะจะเป็นที่ตั้งหอคอย Sapporo TV ซึ่งมีความสูง 150 เมตร ซึ่งในช่วงกลางคืนจะมีการตกแต่งประดับไฟบนหอคอ

4. สวนโมเอเรนุมะ (Moerenuma Park)
เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ และมีความเงียบสงบ รอบ ๆ ของสวนจะมีบึงล้อมรอบ ภายในสวนจะมี Sea Fountain ซึ่งตั้งอยู่กลางสวน เป็นน้ำพุที่มีความสูงประมาณ 25 เมตร นอกจากนี้ภายในสวนยังมีลักษณะเป็นเนินเขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Mount Moera ซึ่งสูงถึง 62 เมตร เมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเป็นวิวโดยรอบภายในสวน Play Mountain ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเป็นลักษณะทางเดินลาดชัดที่สวยงาม

supporo1 supporo2 supporo3

สถานที่ท่องเที่ยวในชิบะ(Chiba)

ชิบะ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมเป็นหลัก มีโรงงานและคลังสินค้ามากมายที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่ง จังหวัดชิบะนั้นประกอบไปด้วยภูมิอากาศที่กำลังสบาย ชายฝั่งทะเลที่สวยงาม เนินเขาเขียวขจี และยิ่งไปกว่านั้นยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นที่ที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวและทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยียนมากกว่า 120 ล้านคน ต่อปี

1.ปราสาทชิบะ
ชิบะ เป็นปราสาทสร้างขึ้นใหม่ตั้งอยู่ในเมืองชิบะ, จังหวัดชิบะ เป็นที่รู้จักกันเป็น Inohana ปราสาท เนื่องจากเผชิญกับทิศทางของ Inu ปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1126

2. พิพิธภัณฑ์โบโซ่ โนะ มูระ (Boso no Mura Museum)
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แบบ Outdoor โดยจำลองสิ่งปลูกสร้างเมื่อประมาณ 150 ปีก่อน ซึ่งยุคเอโดะตอนปลาย ถึงตอนต้น สมัยเมจิ ที่นี่เป็นเมืองจำลองโบราณขนาดใหญ่มาก จำลองการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ บ้านเรือนสองข้างทาง ประกอบไปด้วย ร้านค้า โรงเหล้า ร้านขาย ยา ยุ้งฉาง บ้านชาวนา บ้านซามูไร หนังและละครย้อนยุคของญี่ปุ่น ก็มักจะใช้ที่นี่เป็นฉากในการถ่ายทำ กิจกรรมทางด้านใน นอกจากที่พวกเราจะได้เพลิดเพลินกับบ้านย้อนยุค ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ได้ ทำอีก เช่น มีการสาธิตการทำโมจิ จักสาน วาดรูป ทำเที่ยน ทำของเล่นต่างๆ ดูพิธีชงชา พร้อมร่วมดื่มชา แบบฉบับญี่ปุ่น การทำกับข้าวแบบญี่ปุ่น การใส่ชุดกิโมโน และซามูไร ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย ชุดกิโมโน และซามูไร ค่าเช่าชุด ชุดละ 200 เยน นอกจากนี้ยังมีสวนซากุระอีกด้วย ถ้ามีโอกาสก็ลองไปดู อยู่ห่างจากสนามบินนาริตะแค่ 20 นาที

3.Chulip @ Sakura town
ที่ต่อมาเป็นเมืองซากุระ(佐倉)แต่ไม่ใช่ซากุระดอกไม้(桜)อ่านเหมือนกันแต่เขียนไม่เหมือนกัน เมืองนี้อยู่ติดกับเมืองนาริตะเลย ใกล้สนามบินมาก ที่ญี่ปุ่นจะออกเสียง tulip ว่า Chulip  ทุ่งทิวลิปที่นีเยอะมากสีสดๆ ที่นี่เค้าให้นักเรียนแต่ละโณงเรียนมาช่วยกันปลูก และที่นี่ยังมีกังหันลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้อีกด้วย

4.National History and Museum Chiba
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนกระทั่งยุคปัจจุบัน มีการรวบรวมกระดูกต่างๆ สิ่งของเครื่องใช้ของแต่ละยุคเรื่อยมา ที่นี่มีเมืองจำลองจิ๋วแต่ละสมัยให้ดูด้วย ซึ่งทำได้ละเอียดแล้วก็น่าสนใจ

5.โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (ญี่ปุ่น:Tokyo Dizunirando)
เป็นสวนสนุกหนึ่งของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ต มีขนาดพื้นที่ 115 เอเคอร์ (465,000 ตารางกิโลเมตร) ตั้งอยู่ในที่เมืองอุระยะซุโตเกียวดิสนีย์แลนด์เป็นสวนสนุกของดิสนีย์แห่งแรกที่สร้างขึ้นภายนอกสหรัฐอเมริกา เปิดให้บริการในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2526 ก่อสร้างโดยวอลต์ดิสนีย์อิเมจจิเนียร์ริง ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับดิสนีย์แลนด์ที่แคลิฟอร์เนียและแมจิกคิงดอม ที่ฟลอริดา ดำเนินงานโดยบริษัทโอเรียนทัลแลนด์คอมปานี ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์จากเดอะวอลต์ดิสนีย์ ทั้งโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซี ถือเป็นสวนสนุกเพียงแห่งเดียวที่วอลส์ดิสนีย์มิได้เป็นเจ้าของกิจการ   สวนสนุกแบ่งออกเป็นเจ็ดสวนสนุกย่อย เช่น เวิร์ลด์บาซาร์, แอดเวนเจอร์แลนด์, เวสเทิร์นแลนด์, แฟนตาซีแลนด์, และทูมอโรว์แลนด์ นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกย่อยอีกสองแห่งคือ คริกเตอร์คันทรี, และมิกกี้ตูนทาวน์

chiba1 chiba2 chiba3

สถานที่ท่องเที่ยวในโอซาก้า (Osaka)

1.ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
ตั้งอยู่ที่จังหวัดโอซาก้า  สร้างขึ้นโดยโทโยะโตมิ ฮิเดโยชิ  (Toyotomi Hideyoshi)  นักรบในประวัติศาสตร์ผู้พยายามรวบรวมประเทศเป็นครั้งแรก  ด้วยความช่วยเหลือของไดเมียวจากทั่วประเทศ ใช้แรงงานหลายหมื่นคน จึงใช้เวลาก่อสร้างเพียง 3 ปีเท่านั้นตัวปราสาทก็แล้วเสร็จ  ในเวลาต่อมาปราสาทแห่งนี้ได้ผ่านช่วงสงครามกลางเมืองในปี  ค.ศ. 1615 การศึกครั้งนั้นเรียกว่า “Osaka Natsu No-jin ก็ได้ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ และได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่โดย โทกุงาวะ อิเอะยะสึ  แต่ต่อมาก็ถูกฟ้าฝ่าเสียหายลงอีก จนมาถึงในปี ค.ศ.1931 ได้มีการระดมเงินบริจาค จากชาวเมืองโอซาก้า  เพื่อบูรณะปราสาทแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ให้สมคุณค่าทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าของชาติ   ปราสาทโอซาก้าในปัจจุบันมีความสูง 55 เมตร  แบ่งเป็น 5 ส่วนย่อย และมีทั้งหมด 8 ชั้น เครื่องประดับหลังคาและภาพเสือบนกำแพงตัวปราสาทและหลาย ๆ ส่วนลงทองสีอร่ามสวยงาม  ภายในตัวปราสาทจัดเป็นนิทรรศการแสดงหลักฐาน ภาพเขียน เครื่องแต่งกายของเหล่านักรบโบราณ รวมถึงยุธโทปกรณ์ในสมัยก่อน  บริเวณรอบตัวปราสาทก็เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีดอกไม้ใบไม้งามสะพรั่งในทุก ๆ ฤดูกาล

osaka1 osaka2 osaka3

สถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียว (Tokyo)

1.พระราชวังอิมพีเรียล
พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิและพระราชวงศ์ อาณาบริเวณหลายแห่งในพระราชวังจึงมิได้เปิดให้เข้าชม แต่บางส่วนจะเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงวันหยุดพิเศษ ตัวพระตำหนักเป็นอาคารคอนกรีตทรงเตี้ยกว้างสร้างด้วยหินแกรนิตและบะซอลต์จาก ภูเขาไฟ คลุมด้วยหลังคาสีเขียว สร้างเสร็จในปี 1970 แทนพระตำหนักไม้หลังเดิมที่ถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกในปี 1945

2.โคอิชิกาว่า โคระกุเอ็น (Koishikawa Korakuen)
เป็นสวนสไตล์ญี่ป่นที่เก่าแก่ที่สุดและดีที่สุดใน โดยสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยต้น ๆ ของยุคอิโด โดยเปิดให้เยี่ยมชมตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. และจะปิดในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคมของทุกปี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะหนาแน่นในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงของใบไม้เปลี่ยนสี, ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีเทศกาลลูกพลัม และในช่วงที่ดอกซากุระบาน

3.วัดอาสะกุสะ หรือวัดเซนโซจิ (Asakusa Kannon Temple/Sensoji Temple)
วัดซึ่งตั้งอยู่ในเขตอาสะกุสะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว

4.สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park)
เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองโตเกียว นอกจากนี้ภายในสวนสาธารณะยังมีวัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) ซึ่งเคยเป็นวันที่มีขนาดใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในยุคอิโด นอกจากนี้ปัจจุบันสวนสาธารณะยังมีชื่อเสียงทางด้านพิพิธพันธ์ โดยเฉพาะ Tokyo National Museum, National Museum for Western Art, Tokyo Metropolitan Art Museum และ National Science Museum รวมถึง Ueno Zoo ซึ่งเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสวนสาธารณะอุเอะโนะยังเป็น 1 ในสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงที่สุดเมื่อดอกซากุระเริ่มบาน ซึ่งภายในสวนมีต้นซากุระมากถึง 1,000 ต้น

tokyo1 tokyo2 tokyo3

สถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโต (Kyoto)

เกียวโต (Kyoto)เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี 1794-1868 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยประชากรประมาณ 1.4 ล้านคน

1.วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือวัดทอง
เป็นวัดของลัทธิเซนอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ซี่งในชั้นสองของวัดนั้นจะปกคลุมด้วยทอง โดยแต่ละชั้นจะตกแต่งในสไตล์ที่แตกต่างกันดังนี้  ชั้นแรก จะตกแต่งแบบ Shinden Style เป็นลักษณะของพระราชวัง และชั้นที่สองตกแต่งแบบ Bukke Style ซึ่งใช้สำหรับให้เป็นที่พักของซาบูไร และในชั้นบนสุดจะตกแต่งในแบบ Chinese Zen Hall

2.ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1603 ซึ่งเป็นยุคแรก ๆ ของการปกครองแบบโชกุนในยุคอิโด ปราสาทนิโจมีป้อมปราการที่เรียงตัวกันเป็นวงแหวนสองชั้น แต่ละชั้นจะมีทั้งกำแพงและคูน้ำกว้าง และยังมีกำแพงล้อมรอบพระราชวังนิโนมารุอีกชั้นหนึ่ง แต่มีความซับซ้อนน้อยกว่า กำแพงชั้นนอกของป้อมปราการมีประตูอยู่ 3 ประตู ส่วนกำแพงชั้นในมีอยู่ 2 ประตู ที่มุมทางตะวันตกเฉียงใต้ของกำแพงชั้นใน มีซากของป้อมปราการห้าชั้น ภายในกำแพงชั้นในเป็นที่ตั้งของพระราชวังฮอนมารุและอุทยาน ระหว่างวงแหวนป้อมปราการทั้งสองชั้น เป็นที่ตั้งของพระราชวังนิโนมารุ โรงครัว ป้อมสังเกตการณ์ และสวนหย่อมอีกจำนวนมากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาเยี่ยมชมที่นี่จะต้องเดินผ่านประตูขนาดใหญ่ทางด้านตะวันออกของปราสาท ซึ่งเป็นทางเข้าพระราชวังนิโนมารุ (ในอดีตเป็นที่พักและที่บัญชาการของโชกุน)โดยภายในพระราชวังจะประกอบด้วยอาคารหลาย ๆ อาคาร ซึ่งมีทางเดินเชื่อมต่อกัน และมีการตกแต่งได้อย่างประณีตและงดงาม นอกจากนี้ภายนอกพระราชวังยังมีสวนที่ตกแต่งในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ซึ่งมีทั้งการตกแต่งด้วยหินและต้นสนมากมาย

3.วัดเรียวอันจิ (Ryoanji)
เป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะสวนหิน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายร้อยคนในแต่ละวัน ซึ่งประวัติและที่มาของสวนแห่งนี้ ไม่ทราบวันแน่ชัด และมีนักออกแบบหลาย ๆ คนร่วมกันทำโดยนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนมักมานั่งมองสวนหินแห่งนี้อย่างสงบ เพื่อค้นหาความหมายแห่งปรัชญาของลักษณะของสวนที่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด

4.ทางเดินนักปราชญ์ (The Philosopher’s Path)
ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองเกียวโต ข้าง ๆ ทางเดินนั้นจะเต็มไปด้วยต้นซากุระเป็นร้อย ๆ ต้น และมักจะบานพร้อมกันในช่วงต้นเดือนเมษายน จึงทำให้เกียวโตนั้นกลายเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

kyoto1 kyoto2 kyoto3

แสดงความคิดเห็น





  • TOUR EXPERT CENTER WHOLESALE GROUP CO.,LTD.
  • เลขที่ 600/24 โครงการ บีสแควร์พระราม9-เหม่งจ๋าย ซ.สหการประมูล แขวง/เขต วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
  • โทร: 02-530-7200, 02-530-7202, 02-530-7145, 02-530-7148
  • แฟกซ์: 02-196-1916-7-8 (Auto) Hotline: 086-3222-058, 083-544-0949, 083-545-5492
  • Facebook : www.facebook.com/fb.iamtour
  • เวลาเปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ : 09.00-18.00 / เสาร์ : 09.00-17.30
  • ท่านสามารถติดต่อ Hotline ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ค่ะ
  • www.iam-tour.com   ©all right reserved